3 ไอเดียจากหนังสือ เคล็ดลับหลับสนิทเร็ว x3

  1. เวลาสมองเราล้า หัวจะใหญ่ขึ้น เพราะเลือดและน้ำไขสันหลังในสมองไหลเวียนได้ไม่ดี ทำให้เกิดการสะสมของเสีย ขนาดหัวที่ใหญ่ขึ้นนั้นเล็กน้อยจนสังเกตไม่เห็นได้ด้วยตา แต่เราจะรู้สึกได้ว่าหนังศีรษะตึงขึ้น และมีอาการอื่นๆ เช่นปวดหัว เราจึงควรนวดหัวเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำไขสันหลังเพื่อเป็นการขับของเสียออกไป โดยเราควรนวดหัวในช่วงพักระหว่างชั่วโมงการทำงาน
  2. Power nap คือการงีบช่วงบ่าย 1 ถึงบ่าย 3 ควรกินเวลา 15-30 นาที นานกว่านั้นไม่ดี ดังนั้นจึงควรตั้งนาฬิกาปลุกไว้โดย โดยจริงๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องนอนให้หลับก็ได้ แค่เอนกายแล้วหลับตา 15 นาทีก็ช่วยให้สดชื่นขึ้นได้เช่นกัน เพราะตอนลืมตาสมองเราจะทำงานตลอดเวลา ส่งผลให้สมองล้าขึ้นเรื่อยๆ การหลับตาโดยไม่ต้องหลับจริงๆ จึงช่วยให้สมองหายล้าได้เช่นกัน
  3. ใครที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ การทำสควอตแค่วันละ 6 ครั้งก็จะช่วยให้หลับได้ดีขึ้น เพราะสควอตคือการบริหารกล้ามเนื้อทุกส่วนที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นขา หน้าท้อง หลัง หรือก้น วิธีสควอตที่ถูกต้องคือยืนกางขาให้กว้างเท่าไหล่ หายใจเข้าแล้วค่อยๆ ย่อตัวลง หายใจออกแล้วค่อยๆ ยืนขึ้น ห้ามกลั้นหายใจ ห้ามโก่งหลังหรือแอ่นเอว และเข่าต้องไม่เลยปลายเท้า สิ่งสำคัญคืออย่าหักโหมทำจนเจ็บเข่า ถ้าอยากเพิ่มจำนวนให้เพิ่มความถี่แทน เช่นเช้า 6 ครั้ง เย็น 6 ครั้ง

ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ เคล็ดลับหลับสนิทเร็ว x3 มัตสึโมโตะ มิเอะ เขียน อาภากร รุจิรไพบูลย์ แปล สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์

3 ไอเดียจากหนังสือ Life Hacks

1. Restart! – เมื่อทำงานเสร็จหนึ่งชิ้นแล้ว ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ หรืออย่างน้อยก็ปิด Application ทุกอย่างทิ้งเพื่อให้พร้อมสำหรับการเริ่มงานชิ้นใหม่ ถ้าทำอย่างนี้หลายๆ ครั้งในหนึ่งวัน หัวสมองและคอมพิวเตอร์เราก็จะปลอดโปร่ง ไม่สับสน

2. Task Diet – เปิดแอป To Do List ที่เราใช้ขึ้นมาแล้วท้าทายตัวเองให้ลบ tasks จนเหลือแค่ครึ่งเดียว เพราะการจะทำให้ทุกอย่างใน To Do List ให้เสร็จนั้นเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ การตัดเรื่องที่ไม่จำเป็นออกไปจึงถือเป็นจุดประสงค์หนึ่งของการใช้ To Do List ได้เช่นกัน

3. Rocket Start ใช้กฎ 80:20 คือตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะทำงาน 80% ให้เสร็จโดยใช้เวลาแค่ 20% ถ้ามีเอกสาร 100 หน้าที่ต้องทำให้เสร็จภายใน 1 เดือน ก็ตั้งใจทำให้เสร็จ 80 หน้าภายใน 4 วันแรก มันคือการทุ่มเทเวลาจำนวนมากในตอนแรก ทำงานเหมือนกับว่าใกล้ถึงกำหนดส่งแล้ว วิธีคิดแบบหน้ามือเป็นหลังมือจะทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป


ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ Life Hacks มูฟออนชีวิตเริ่มคิดแบบเล็กๆ นาสะตะเกะ โฮริ เขียน จุฬาลักษณ์ กรณ์สกุล แปล สำนักพิมพ์ SandClock Books

3 ไอเดียจากหนังสือ Mindset

1. งานวิจัยพบว่า การชื่นชมความสามารถของเด็กจะทำให้ไอคิวของเด็กลดลง แต่การชื่นชมความพยายามของเด็กจะทำให้ไอคิวของเด็กสูงขึ้น คำชมบางอย่างที่ผู้ใหญ่ไม่ได้คิดอะไรก็อาจเป็นผลเสียต่อเด็กได้ เช่นคำชมอย่าง “ลูกเรียนเรื่องนี้ได้เร็วเพราะลูกเป็นเด็กฉลาด” ตัวเด็กก็อาจจะตีความว่าการเรียนรู้ช้าเป็นเรื่องที่ไม่ดี

2. นักกีฬาที่มี growth mindset ไม่ได้สนใจแต่เรื่องชัยชนะ พวกเขาจะโฟกัสไปที่การฝึกซ้อมและสนุกไปกับความท้าทายพอๆ กับผลการแข่งขัน ในทางกลับกัน นักกีฬาที่มี fixed mindset นั้นจะทำทุกวิถีทางให้ได้ชัยชนะเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเหนือกว่าคู่แข่ง และหากต้องพบความพ่ายแพ้พวกเขาก็จะผิดหวังสุดๆ

3. โลกธุรกิจมักจะให้ความสำคัญกับคนเก่งและคนฉลาด แต่นั่นก็สร้างปัญหาได้เช่นกัน Enron เป็นบริษัที่จ้างแต่คนเรียนเก่งและจบสูงๆ มา แต่มันก็สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ห้ามทำพลาดเพราะจะทำให้ชื่อเสียงของตัวเองและของบริษัทเสียหาย Enron จึงเกลียดการยอมรับผิดและให้ความสำคัญกับการรักษาภาพลักษณ์มาก พอเกิดการสอบสวนขึ้นมา ผู้บริหารจึงเอาแต่ปกป้องตัวเองแม้ว่าจะต้องให้ข้อมูลที่เป็นเท็จก็ตาม


ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ Mindset: The New Psychology of Succes by Carol S. Dweck, สรุปหนังสือโดย getAbstract

3 ไอเดียจากหนังสือ Healthy Always

1.กฎเหล็กเพื่อสุขภาพที่ดี 6 ข้อ ได้แก่ ห้ามสูบบุหรี่ ดื่มไวน์เพียงวันละ 1-2 แก้ว ออกกำลังกายวันละ 30 นาที กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้รอบเอวใหญ่กว่าครึ่งนึงของส่วนสูง และนอนคืนละ 7-8 ชั่วโมง ซึ่งเหล่านี้เป็นการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ข้อที่สำคัญที่สุดก็คือ เลิกสูบบุหรี่และงดมื้อเย็นหรือกินอาหารเย็นให้น้อยที่สุด แล้วใช้เวลานั้นไปออกกำลังกายแทน

2. ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างเพื่อกินอาหารทั้งวันทั้งคืน แต่ควรกินเฉพาะเวลาที่มีแสงแดดเป็นหลัก จากการทดลอง หนูที่จำกัดการกินอาหารวันละ 8 ชั่วโมงจะมีน้ำหนักน้อยกว่าหนูที่กินทั้งวันทั้งคืนถึง 28% แม้ว่าหนูทั้งสองกลุ่มจะได้รับปริมาณแคลอรีต่อวันเท่ากัน เมื่อไม่กินพร่ำเพรื่อ ร่างกายจะย่อยและใช้อาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงควรจำกัดช่วงเวลาในการกิน และปล่อยให้ตัวเองมีเวลาหิวเล็กน้อยทุกวัน แต่ละมื้ออย่าใช้เวลากินเกิน 40 นาที และถ้ามีเวลาเดินหลังมื้ออาหารสัก 20 นาทีจะดีมากเพราะกล้ามเนื้อจะเรียกใช้น้ำตาลในร่างกาย ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูง

3. แม้ในอนาคตจะมีวัคซีน COVID-19 ออกมาก็อย่าคิดว่าไวรัสจะถูกกำจัดราบคาบ เราต้องไม่ลืมว่าปัจจุบันมนุษย์ไม่มีวัคซีนป้องกันไข้หวัด และโคโรนานั้นก็เป็นไวรัสไข้หวัดชนิดหนึ่ง แม้จะมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ก็ไม่ได้มีประสิทธิผล 100% เรารู้กันดีว่าโอกาสในการเสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสก็คืออายุและโรคประจำตัว เราเปลี่ยนอายุเราไม่ได้ แต่เราสามารถดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้มีโรคประจำตัวได้


ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ Healthy Always สุขภาพดีตลอดไป โดย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ สำนักพิมพ์ openbooks

3 ไอเดียจากหนังสือ ล้ม ลุก เรียน รู้

1.มองหาจุดขาว แม้ว่ามันจะเล็กแค่ไหน
เด็กบ้านนอกคนหนึ่งเรียนไม่เก่ง ไม่ค่อยมีเพื่อน แถมยังมีปัญหาเรื่องต่อมน้ำตาจนน้ำตาไหลตลอดเวลา

คุณครูคนหนึ่งเห็นความโดดเดี่ยวของเด็กชาย จึงใส่ใจและคอยชวนคุย สรรหาแม้กระทั่งเรื่องเล็กที่สุดมาชมเพื่อให้เด็กคนนั้นรู้สึกดีขึ้น

คำพูดที่เปลี่ยนแปลงเด็กคนนั้นไปตลอดกาล คือคำชมของครูที่ว่า “เธอพูด ร เรือ ได้ชัดมากนะ”

เป็นคำชมที่แทบจะต้องขุดมาชม แต่ก็เป็นคำชมแรกที่เด็กชายเคยได้รับ เป็นคำชมที่ทำให้เขาตั้งใจฝึกการออกเสียง ร เรือ จนโดดเด่นในห้องเรียน และได้เป็นตัวแทนแข่งท่องอาขยานระดับจังหวัด

เมื่อเริ่มมีความเชื่อมั่น เขาจึงกลายเป็นเด็กตั้งใจเรียนจนสามารถสอบคณิตศาสตร์ได้อันดับสามของประเทศ ได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ และได้ไปทำงานที่บริษัท Google ก่อนจะกลายมาเป็น “กระทิง พูนผล” ผู้แผ้วทางให้วงการสตาร์ทอัพไทยในกาลต่อมา

2.ศัตรูของผู้บริหารคือห้องแอร์ที่เย็นฉ่ำ
เพราะมันจะทำให้เราไม่อยากออกไปไหน ไม่ได้ออกไปเจอลูกค้า ไม่ได้พบเห็นปัญหาด้วยตัวเอง คอยอ่านแต่รายงานและการพรีเซนต์ที่ถูกฟิลเตอร์มาแล้ว ทำให้ไม่เข้าใจความเป็นจริง อันจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด

3.อย่าใช้ใครไปซื้อกาแฟ
คนนอร์เวย์เชื่อใน “กฎของยานเต้” ซึ่งมีทั้งหมด 10 ข้อ หลักใหญ่ใจความคืออย่าไปสำคัญมั่นหมายว่าเราวิเศษกว่าคนอื่น คนนอร์เวย์จึงจะไม่ยอมซื้อรถที่หรูหรากว่าเพื่อนบ้านเพราะถือเป็นเรื่องผิดมารยาท

หลังจากที่คุณซิกเว่ไปทำงานที่อินเดีย ดีแทคก็ได้ซีอีโอคนใหม่ชื่อคุณทอเร่ จอห์นเซ่น เวลาคุณทอเร่อยากกินกาแฟ เขาจะลงจากตึกสูงเพื่อมาซื้อกาแฟที่สตาร์บัคส์ชั้นหนึ่งเองทุกครั้ง พอถูกถามว่าทำไมถึงไม่ให้เลขาซื้อกาแฟให้ คุณทอเร่ก็ตอบว่า “ขอเดินไปซื้อเองเถอะ เพราะที่นอร์เวย์ ถ้าให้เลขาฯ ซื้อให้มันเด่นเกินคนอื่น อีกอย่างถ้าผมเกษียณ ผมก็ต้องซื้อกาแฟเอง ต้องฝึกตั้งแต่ตอนนี้ จะได้ไม่เคยตัว”


ขอบคุณไอเดียจากหนังสือ ล้ม ลุก เรียน รู้ โดยพี่โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ สำนักพิมพ์ KOOB