ทำสิ่งดีๆ ให้ตัวเองในตอนเช้าซัก 1 อย่าง

20190617_treatyourself

ก่อนที่จะออกไปเผชิญกับอะไรต่อมิอะไร

ผมเชื่อว่าหนึ่งในสาเหตุหลักของการ burn out ก็คือการที่เราเอาแต่ทำงานโดยไม่เคยหันกลับมาดูแลตัวเอง

ใครขออะไรทำให้ได้หมด แต่ตัวเองต้องการอะไรกลับไม่เคยถาม

ชีวิตคนทำงานมีทางเลือกไม่มากนัก ไหนจะต้องออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อหนีรถติด ไหนจะต้องประชุม ไหนจะต้องเคลียร์อีเมล ไหนจะสู้รบกับแผนกอื่น

แต่ละวันเต็มไปด้วยพายุลูกแล้วลูกเล่า ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีก็หมดวันและหมดแรง

ผมเลยขอเสนอว่า ทุกเช้า ก่อนจะออกไปทำอะไรเพื่อคนอื่น ช่วยทำอะไรเพื่อตัวเองซักอย่างได้ไหม?

นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ฟังเพลงเพราะๆ หรือใช้เวลากับคน สัตว์ สิ่งของที่เรารัก

เรารักตัวเองที่สุด แต่เราก็ละเลยตัวเองได้ง่ายที่สุดเช่นกัน

กลับมาใส่ใจความต้องการของตัวเองบ้าง จะได้มีเรี่ยวมีแรง

และจะได้ดูแลมิติอื่นๆ ของชีวิตได้ดีขึ้นครับ

—–

หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ พิมพ์ครั้งที่ 4 แล้ว – ร่วมสนุกกับกิจกรรมแจกหนังสือได้ที่นี่ครับ bit.ly/tgimbook4

อะไรๆ มันจะดีขึ้น

20190617_better

ถ้าเราทำตัวดีขึ้น

ถ้าอยากก้าวหน้ากว่านี้ ก็ต้องขยันอย่างฉลาดกว่านี้

ถ้าอยากรวยกว่านี้ ก็ต้องเข้าใจเรื่องการลงทุนและการเก็บออมให้มากกว่านี้

ถ้าอยากมีความสัมพันธ์กับคนรอบตัวที่ดีกว่านี้ ก็ต้องมีความสัมพันธ์กับตัวเองที่ดีกว่านี้

“Things get better when you get better.”
-Jim Rohn

ถ้าเรายังทำตัวแบบเดิม แล้วหวังว่าอะไรๆ มันจะดีขึ้น ก็คงต้องรอนานหน่อยนะครับ

เค้าขอไม่ได้แปลว่าต้องให้

20190610_sayno

แต่คนไทยปฏิเสธใครไม่ค่อยเป็น เราจึงมักจะเซย์เยสเสมอ

ซึ่งบางทีก็เป็นการเบียดเบียนตัวเองเกินไป

อาจต้องถามตัวเองให้ลึกขึ้นอีกชั้นนึงว่า การที่เราไม่กล้าปฏิเสธนั้นเป็นเพราะอะไร เรากำลังกลัวอะไรอยู่ แล้วความกลัวนั้นมันเมคเซ้นส์หรือเราคิดมากไปเอง

อีกคำถามที่ควรถามตัวเองก็คือ เมื่อเซย์เยสแล้วทำให้ชีวิตเป็นอย่างนี้ เราอยากจะอยู่กับสภาพแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน

ถ้ารู้สึกว่าพอแล้ว ก็ต้องหัดปฏิเสธเสียบ้าง

ปฏิเสธไม่ได้แปลว่าไม่ได้มีน้ำใจ แต่แปลว่าเรารู้ว่าอะไรสำคัญ

และแปลว่าเราพร้อมจะบอกคนอื่นว่าเส้นของเราอยู่ตรงไหนครับ

อย่าห่วงสายตาคนอื่นอยู่เลย

20190605_lessselfconscious

เพราะคนส่วนใหญ่ก็คิดถึงแต่เรื่องตัวเองทั้งนั้น

ถามตัวเองก็ได้ว่าแต่ละวันเราคิดถึงเรื่องคนอื่นสักกี่มากน้อย แค่ทำงานให้ทัน แค่ตอบเมลให้หมด แค่นอนให้พอก็เต็มกลืนแล้ว

โอเค มันคงจะมีคนส่วนหนึ่งที่คอยแต่จับผิดคนโน้นคนนี้ แต่คนกลุ่มนี้ก็ไม่ใช่คนที่เราควรให้ราคามากนักจริงมั้ย?

อะไรที่คิดว่าถูกก็ทำ แต่ทำแล้วก็อย่าลืมสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ จากนั้นใครจะคิดยังไงก็เป็นสิทธิ์ของเขา ไม่ใช่เรื่องของเราอีกต่อไปแล้ว

ถ้าเราผิดหวังกับใครบางคนบ่อยๆ

20190520_disappoint

แสดงว่าเขาไม่ได้ผิด

ผิดที่เราเองที่ไปคาดหวังมากเกินไป ทั้งๆ ที่ประสบการณ์ก็สอนเราแล้วว่าเขาเป็นคนแบบไหน อะไรที่เขาให้ความสำคัญ อะไรที่เขาไม่ได้ให้ความสำคัญ

แต่เราชอบเผลอคิดไปว่าเขาจะใช้ไม้บรรทัดเดียวกับเรา เลยคาดหวังว่าเขาจะให้ความสำคัญในสิ่งเดียวกัน

เมื่อมองไม่เห็นความจริง ก็ไม่แคล้วที่จะต้องผิดหวังอยู่อย่างนี้

ผิดหวังไปเรื่อยๆ จนกว่าเราเรียนรู้ที่จะเลิกหวัง แล้วหาทางรับมือกับมันด้วยสติและปัญญาครับ