ถ้าไว้ใจ อะไรๆ ก็ง่าย

20180531_trust

ถ้าไม่ไว้ใจ อะไรๆ ก็ยาก

หลักการนี้ใช้ได้กับทุกบริบท ทั้งที่ออฟฟิศและที่บ้าน

ถ้าหัวหน้าไว้ใจเรา เขาก็จะไม่มาจู้จี้จุกจิก ไม่มากะเกณฑ์ เขาแค่จะบอกเราว่าต้องการอะไรแล้วเขาก็จะปล่อยให้เราทำในสิ่งที่เห็นว่าเหมาะสม

ถ้าลูกน้องไว้ใจเรา เขาก็จะเชื่อว่างานที่เราสั่งไปนั้นสมเหตุสมผลแล้ว เหมาะกับความสามารถกับเขาแล้ว ไม่มัวมาตั้งคำถามหรือหาวิธีหลีกเลี่ยงงานนั้น

ถ้าแฟนไว้ใจเรา ก็จะไม่ขอเช็คมือถือ ไม่โทร.หา/โทร.ตามให้ต้องรู้สึกหงุดหงิดทั้งสองฝ่าย

เมื่อต่างฝ่ายต่างไว้ใจกัน ชีวิตก็จะง่าย (simple) ไม่ต้องทำอะไรซับซ้อนให้สิ้นเปลืองพลังงาน

แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ไว้ใจกัน เราจะสูญเสียเวลาไปกับกิจกรรมที่ไม่สร้างการผลิต ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายเพราะเวลาเป็นของหายากมากขึ้นทุกวัน

การสร้างความไว้ใจนั้นยาก แต่จะทำให้ชีวิตเราง่าย

การทำลายความไว้ใจนั้นง่าย แต่จะทำให้ชีวิตเรายาก(มาก)ครับ

เราทุกคนล้วนอยากเป็นคนดีสำหรับใครบางคน

20180524_wewanttobegood

เดือนที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าได้รับการเอ็นดูจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นพิเศษ

ก่อนหน้านี้มีแต่คนเตือนว่าให้ระวังตัวให้ดี คุณป้าคนนี้เขี้ยวลากดินมาก

แต่หลังจากที่ผมรู้จักกันคุณป้ามาปีกว่าๆ ผมกลับได้รับความเมตตาจากคุณป้าบ่อยขึ้นเรื่อยๆ

แล้วผมก็ได้ข้อสรุปว่า เราทุกคนล้วนอยากเป็นคนดีสำหรับใครบางคนเสมอ

นักเลงลูกไม้ไร้อนาคต อาจเป็นพี่ชายที่น้องๆ รักมาก

หมาบ้านนี้จะดุแค่ไหน มันก็กระดิกหางทุกครั้งเมื่อเจ้านายเรียกหา

มนุษย์ป้าที่แสนจะเรื่องมาก อาจเป็นซูเปอร์มัมในสายตาลูกสาว

นักการเมืองน้ำเน่า อาจเป็นคนเดียวที่เข้าอกเข้าใจคนในพื้นที่

ขนาดองคุลีมาลที่ฆ่าคนนับร้อย ก็เพราะว่าเขาอยากเป็นลูกศิษย์ที่ดีในสายตาอาจารย์

ขอให้เราอย่าลืมข้อนี้ โดยเฉพาะตอนที่เจอคนไม่น่ารัก

เพราะการไปคาดหวังให้เขาทำตัวน่ารักขึ้น เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

สิ่งที่เป็นไปได้มากกว่า คือปรับตัวเราเอง เพื่อเพิ่มโอกาสที่เราจะเป็นคนที่เขาอยากทำดีด้วย

เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนอยากเป็นคนดีสำหรับใครบางคนเสมอครับ

—-

Time Management Workshop รุ่นที่ 9 บ่ายวันเสาร์ที่ 26 พ.ค. นี้ ยังเหลืออีก 4 ที่ ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/T6c5XA

หาซื้อหนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 ได้ที่ Zombie Books RCAร้านหนังสือเดินทาง ถ.พระสุเมรุ, ซีเอ็ด, นายอินทร์, B2S, ศูนย์หนังสือจุฬา, คิโนะคุนิยะ, เอเชียบุ๊คส์  และร้านหนังสือทั่วไปครับ

ถ้าอดเปรียบเทียบกับคนอื่นไม่ได้

20180517_compare

อย่างน้อยก็อย่าลืมเทียบทั้งสองด้าน

ถ้าเราชอบเทียบกับคนที่เด่นกว่าแล้วรู้สึกต่ำต้อยหรืออิจฉา ก็ให้คิดว่าเรามีอะไรดีๆ ที่คนคนนั้นไม่มีบ้าง

เช่นเขาอาจจะรวยกว่า หน้าที่การงานดีกว่า แต่เราอาจผอมกว่า สุขภาพดีกว่า แฟนใจดีกว่าก็ได้

ถ้าเราชอบเทียบกับคนที่ด้อยกว่าเราแล้วเผลอไปดูถูกเขาบ่อยๆ ก็ให้ระลึกว่าเขาอาจเครียดน้อยกว่า ครอบครัวใกล้ชิดกันมากกว่า หรือมีชีวิตยืนยาวกว่าเราก็ได้

คนเรานั้นชอบเปรียบเทียบอยู่แล้ว แต่อย่าให้การเปรียบเทียบนั้นทำให้เราหมองหม่นหรือทะนงตนจนเกินเลยครับ

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 8 & 9 เปิดรับสมัครแล้วครับ รอบเช้าและรอบบ่ายวันเสาร์ที่ 26 พ.ค. ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/T6c5XA (รอบเช้าเหลืออีก 3 ที่ รอบบ่ายเหลืออีก 12 ที่)

เราพูดคุยกันด้วยหัวใจแบบไหน

20180515_transactionalanalysis

เคยสงสัยมั้ยครับ ว่าทำไมคนบางคนถึงคุยกันได้ยาว ในขณะที่บางคนคุยได้แค่สองสามประโยคก็ไปต่อไม่ได้แล้ว

มิหนำซ้ำ คนที่ควรจะคุยกับเราได้ยาว (เช่นแฟน) ในบางอารมณ์ก็มีต่อกับเราไม่ติดเหมือนกัน

Eric Berne จิตแพทย์ชาวแคเนเดี้ยน ได้พยายามอธิบายพฤติกรรมของมนุษย์ด้วยการสร้างทฤษฎีที่ชื่อว่า Transactional Analysis ขึ้นมา

เขาบอกว่า เวลาเราสื่อสารกับผู้อื่น เราสามารถสวมหัวใจได้สามแบบ (ego states)

Parent Ego State: หัวใจพ่อแม่

Adult Ego State: หัวใจผู้ใหญ่

Child Ego State: หัวใจเด็ก

ผมขอเรียกสั้นๆ ว่า P, A และ C แล้วกัน

เมื่อเราทำตัวแบบ P เราจะสวมวิญญาณ “ขุ่นแม่” ที่อยากจะดูแลเทคแคร์คน แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบสั่งสอนหรือเทศนาคนอื่นด้วย

เมื่อเราทำตัวแบบ A หรือสวมวิญญาณผู้ใหญ่ เราจะคุยกับคนอื่นด้วยเหตุด้วยผล ไม่ค่อยมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง

เมื่อเราทำตัวแบบ C หรือสวมวิญญาณเด็ก เราจะมีความสนุก ความขี้เล่น ความสร้างสรรค์ แต่ก็สามารถจะงอแง งอนตุ๊บป่อง โต้เถียง หรือประชดประชันได้

เบิร์น (Berne) บอกว่า บทสนทนาจะเกิดขึ้นได้สามแบบ คือ Complimentary, Crossed และ Ulterior (อ่านว่าอัลเทอริเอ้อ) – สอดคล้อง, กากบาท, และมีวาระซ่อนเร้น

ถ้าคู่สนทนาสวมบทบาทที่สอดคล้องกัน (Complimentary) ก็จะคุยกันได้ยาว

เช่น เวลาแม่คุยกับลูก แม่ก็สวมบท P ส่วนลูกก็สวมบท C ต่างฝ่ายต่างสวมบทบาทที่เหมาะสมกับตัวเอง การสนทนาก็จะดำเนินต่อไปได้เรื่อยๆ

หรือแม้กระทั่งในที่ทำงาน หัวหน้าก็สามารถสวมบท P และให้ลูกน้องสวมบท C ก็ได้

หัวหน้า: เป็นอะไรรึเปล่าเจน หน้าตาดูไม่ค่อยสดใสเลย มีอะไรให้พี่ช่วยมั้ย

ลูกน้อง: ช่วงนี้หนักมากพี่ อยากจะร้องไห้ ขอหลังไมค์ได้มั้ย?

2018-05-15 08_22_33-Communicate like a Leader - Mitrphol 20180510 - Google Slides

ในที่นี้ หัวหน้าจะสวมบทเป็นผู้พิทักษ์ดูแล ส่วนลูกน้องที่ชื่อเจนก็ยอมแสดงความอ่อนแอและร้องข้อความช่วยเหลือไม่ต่างกับเด็กที่ต้องการให้แม่มาโอ๋

ยังมีโอกาสเกิดบทสนทนาแบบ Complimentary ได้อีก เช่นเราเป็น A เขาก็เป็น A

หัวหน้า: ช่วงนี้งานหนักนิดนึงนะ มีอะไรติดขัดก็มาคุยกันได้
ลูกน้อง: ขอบคุณครับพี่ ช่วงนี้ต้องกัดฟันหน่อย พอจบเดือนก็น่าจะโอเคแล้ว

เราเป็น C เขาก็เป็น C

หัวหน้า: ช่วงนี้หนักหน่อยนะมึง ทนๆ ไปก่อนละกัน (พูดด้วยอารมณ์ขัน)
ลูกน้อง: แค่นี้จิ๊บๆ อ่ะหัวหน้า มีหนักกว่านี้อีกมั้ย (ต่อปากต่อคำ)

การสนทนาแบบ C->C และ C<-C นี้มีให้เห็นบ่อยแม้กระทั่งในผู้ใหญ่ เช่นตอนที่หนุ่มและสาวจีบกันใหม่ๆ ตัวเองอย่างงั้น ตัวเองอย่างงี้ ฯลฯ

—–

บทสนทนาจะมาถึงทางตัน หากเราคาดหวังให้เขาสวมบทหนึ่ง แต่คู่สนทนาดันสวมอีกบทหนึ่ง

เช่นเราทำตัวเป็น A และคาดหวังว่าเขาจะเป็น A แต่เขาดันทำตัวเป็น C กับเรา

เรา: ตอนนี้กี่โมงแล้วนะ (A->A)
แฟน: ทำไมต้องมาเร่งกันด้วยเนี่ย! (C->P)

 

2018-05-15 08_22_40-Communicate like a Leader - Mitrphol 20180510 - Google Slides

 

เราไม่มีนาฬิกาเลยถามเวลาไปซื่อๆ แต่แฟนมองว่าเราไปจุกจิกเขาเหมือนเราเป็นแม่

หรือในบางกรณี คำถามเดียวกัน แต่โดนเหน็บกลับมาอย่างกับเราเป็นลูก เช่น

เรา: ตอนนี้กี่โมงแล้วนะ (A->A)
แฟน: ถามทำไม ยังก็เธอก็สายประจำอยู่แล้ว (P->C)

 

2018-05-15 08_22_44-Communicate like a Leader - Mitrphol 20180510 - Google Slides

 

พอบทบาทของคู่สนทนาไม่สอดคล้องกัน เลยเกิดเส้นกากบาท หรือเป็นบทสนทนาที่ Crossed นั่นเอง (คำว่า Crossed แปลว่าโกรธได้ด้วย)

—–

อีกบทสนทนาหนึ่งที่น่าสนใจ คือบทสนทนาแบบ Ulterior หรือบทสนทนาแบบมีวาระซ่อนเร้น

นั่นคือเราพูดราวกับว่าคู่สนทนาสวมหัวใจอย่างหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วเรากำลังคาดหวังให้ผู้ฟังสวมหัวใจอีกอย่างหนึ่งแทน

2018-05-15 08_22_49-Communicate like a Leader - Mitrphol 20180510 - Google Slides

เช่นหัวหน้าพูดกับลูกน้องว่า “งานนี้มันยากมากเลยนะ ผมไม่แน่ใจว่าคุณจะทำได้รึเปล่า”

ฟังดูเหมือนเป็นบทสนทนาแบบ A->A แต่จริงๆ แล้วหัวหน้ากำลังคุยแบบ A->C เพื่อยั่ว “เด็ก” ในตัวลูกน้องให้ฮึดสู้แล้วเถียงว่า “ผมทำได้สิครับ ขอแค่หัวหน้าให้โอกาสผม”

หรืออย่างเช่นในหนังฮอลลีวู้ด พระเอกไปส่งนางเอกที่บ้านตอนดึกดื่น ก่อนจะลงจากรถ นางเอกหันมาถามพระเอกว่า “ขึ้นมาดื่มกาแฟที่ห้องฉันมั้ย?”

บทสนทนาแบบ Ulterior นี้อาจจะดูเหมือนเป็นการไม่ตรงไปตรงมาหรือ หลอกใช้ (manipulate) อยู่บ้าง แต่ก็เป็นสิ่งที่เราพบเห็นอยู่ทุกวัน

—–

เมื่อรู้แล้วว่าคนเราสามารถสวมหัวใจพ่อแม่ หัวใจผู้ใหญ่ และหัวใจเด็กได้ในวาระที่แตกต่างกัน เราก็จะตระหนักได้ว่าตอนนี้บทสนทนาของคุณเป็นแบบใด ใครกำลังสวมบทบาทอะไร

ถ้าบทสนทนามันไปต่อลำบาก เพราะเกิด Crossed เราก็ต้องพยายามดึงคู่สนทนาให้กลับไปอยู่ในโหมดที่จะ complimentary กับเราได้ ไม่ว่าจะด้วยการดึงสติเขา หรือปรับโหมดของตัวเองชั่วคราวเพื่อให้คุยกันต่อรู้เรื่องครับ

2018-05-15 08_23_03-Communicate like a Leader - Mitrphol 20180510 - Google Slides

—–

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก Spam Cast

Time Management Workshop รุ่นที่ 8 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนเช้าวันเสาร์ที่ 26 พ.ค. ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/T6c5XA (เหลืออีก 4 ที่ – ถ้าเกินอาจเปิดรอบบ่ายเพิ่ม)

อย่างมงายกับตรรกะ

20180412_logic

“A mind all logic is like a knife all blade. It makes the hand bleed that uses it.”

“คนที่ใช้แต่ตรรกะก็เหมือนมีดที่ไร้ด้ามจับ ใครใช้ย่อมโดนมีดบาด”

-Rabindranath Tagore (รพินทรนาถ ฐากูร)

จุดอ่อนอย่างหนึ่งของผู้ชาย คือการใช้ตรรกะจนเคยตัว

พอผู้หญิงรู้สึกไม่ดีขึ้นมาด้วยเหตุผลที่(เราคิดว่า)ไม่เข้าท่า ผู้ชายจึงไม่ค่อยเข้าใจ

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว อารมณ์ก็เป็นเหตุผลอย่างหนึ่ง เพียงแต่เป็นเหตุผลที่ไม่ใช่หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสองเท่านั้นเอง

ผมจึงต้องเตือนตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าอย่างมงายกับตรรกะ

งมงายในความหมายที่ว่าเรามักยึดมันเป็นสรณะในการแก้ทุกปัญหา-ทุกสถานการณ์

ใช้ตรรกะเพื่อจะหาว่าอะไรถูก-อะไรผิด

หรือหนักกว่านั้นคือใช้มันเพื่อระบุว่าใครถูก-ใครผิด

แต่ในความสัมพันธ์ ความผิด-ถูกมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น

เราอาจจะถูกเชิงตรรกะก็จริง แต่ถ้าผิดในเชิงความรู้สึก ความสัมพันธ์ย่อมสั่นคลอน

ในเมื่อความสัมพันธ์ไม่ได้เริ่มต้นด้วยตรรกะแต่เพียงอย่างเดียว เหตุใดเราจึงเรียกร้องที่จะใช้แต่ตรรกะในการแก้ปัญหาความสัมพันธ์?

วางตรรกะลงบ้าง หยุดหาทางออก ฟังให้มากขึ้น ยอมรับให้มากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจก็ได้

เหมือนที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเคยให้พรคู่บ่าวสาวว่า เวลาทะเลาะกัน ขอให้ใช้เหตุผลให้น้อยๆ แต่ใช้ความรักให้เยอะๆ

ความสัมพันธ์จะได้มั่นคงและยืนยาวครับ


หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ พิมพ์ครั้งที่ 3 แล้วนะครับ! หาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S ศูนย์หนังสือจุฬา คิโนะคุนิยะ เอเชียบุ๊คส์ และร้านหนังสือทั่วไปครับ