นิทานสอนแม่ช้อปออนไลน์

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันนี้ผมต้องออกไปธนาคารกับแม่เป็นชั่วโมง เพราะแม่อยากจะโอนเงินไปให้ญาติ

“แม่ครับ ทำไมแม่ไม่เปิดบริการอินเทอร์เน็ตแบงค์กิ้งล่ะครับ”

“มันดียังไงเหรอลูก”

“แม่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเป็นชั่วโมงเพื่อทำเรื่องง่ายๆ อย่างการโอนเงินไงแม่ จริงๆ แล้วเวลาซื้อของก็ซื้อออนไลน์ได้นะแม่ ทุกอย่างจะสะดวกรวดเร็วขึ้นมากเลย!”

“ถ้าทำอย่างนั้นแม่ก็ไม่ต้องก้าวขาออกจากบ้านเลยใช่มั้ย?”

“ใช่แล้วแม่ ขนาดซื้อพวกของชำ Amazon ยังมาส่งให้ถึงบ้านเลยนะ”

“วันนี้ที่เราไปธนาคาร แม่ได้เจอเพื่อนเก่าสองคน และได้คุยกับเจ้าหน้าที่ที่คุ้นเคยกับแม่เป็นอย่างดี ลูกก็รู้ว่าแม่อยู่คนเดียว การที่แม่ได้เจอคนทำให้แม่ไม่ค่อยเหงาเท่าไหร่ แม่มีเวลามากเกินพอ สิ่งที่แม่ขาดคือการได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คน (human touch) ต่างหาก

สองปีที่แล้วแม่ป่วยหนัก เจ้าของร้านขายผลไม้ที่แม่เป็นลูกค้าประจำเค้ามาเยี่ยมแม่ด้วยนะ

และตอนสมัยที่พ่อลูกยังอยู่ ครั้งหนึ่งพ่อล้มตอนไปเดินออกกำลังกาย เจ้าของร้านขายของชำที่ผ่านมาพอดีก็รับพ่อขึ้นรถและมาส่งพ่อถึงบ้าน

แม่จะยังคงเหลือ human touch เหล่านี้อยู่มั้ยถ้าแม่ทำทุกอย่างเป็นออนไลน์ไปหมด ทำไมแม่ต้องอยากให้ทุกอย่างมาส่งถึงบ้านและบังคับให้แม่ได้คุยกับคอมพิวเตอร์อย่างเดียวด้วยล่ะ

แม่อยากจะรู้จักกับคนที่แม่คุยด้วย ไม่ใช่แค่ในฐานะลูกค้ากับแม่ค้า แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง Amazon เค้าทำให้แม่ได้รึเปล่า?”


ขอบคุณนิทานจาก Quora: That’s So Interesting by Richard Strachan

นิทานพระจันทร์ในบ่อน้ำ

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ณ คืนวันเพ็ญ มีพ่อค้าจากต่างแดนเดินทางไกลมายังหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง

ที่ใจกลางหมู่บ้านนั้นมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่รายล้อมด้วยเหล่าช่าวบ้านซึ่งล้วนแต่ถือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อยู่ครบมือ และชาวบ้านต่างก็ดูวุ่นอยู่กับบางสิ่งบางอย่างตรงใจกลางบ่อน้ำนั้น

พ่อค้าสงสัยว่าชาวบ้านกำลังทำอะไรอยู่ เขาจึงเอ่ยถามกับชาวบ้านคนหนึ่งว่า

“พวกท่านกำลังจะทำอะไรกัน”

ชาวบ้านคนนั้นจึงตอบว่า

“พระจันทร์ตกลงไปในบ่อน้ำของพวกข้า และตอนนี้พวกข้าก็กำลังพยายามช่วยพระจันทร์ขึ้นมาอีกครั้ง”

เมื่อได้เช่นนั้พ่อค้าก็หัวเราะและพูดออกไปว่า

“ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…สิ่งที่พวกท่านเห็นเป็นเพียงเงาสะท้อนของพระจันทร์จากฟากฟ้าเท่านั้นแหละ พวกท่านไม่น่าเสียเวลามาทำเรื่องไร้สาระนี้เลย

แต่ไม่มีชาวบ้านคนใดเชื่อที่พ่อค้ากล่าว ซ้ำยังนำข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ในมือไล่ตีพร้อมขับไล่พ่อค้าออกไปจากหมู่บ้านในทันที


ขอบคุณนิทานจากหนังสือ นิทานอีสป 50 เรื่องสอนหนูน้อยให้เป็นเด็กดี 2 ภาษา อังกฤษ-ไทย สำนักพิมพ์ เอ็มไอเอส

นิทานมือปืนรับเหมา

วันนี้วันศุกร์ มาฟังเรื่องจริงที่ราวกับเป็นนิทานกันนะครับ

นายเหว่ยซึ่งเป็นนักธุรกิจมีเรื่องฟ้องร้องกับคู่แข่งชื่อนายตัน

นายตันกลัวจะแพ้คดีเลยคิดจะกำจัดนายเหว่ยไปให้พ้นๆ

นายตันจึงติดต่อมือปืนรับจ้างชื่อนายสีให้ไปจัดการนายเหว่ย โดยสัญญาว่าจะให้เงิน 2 ล้านหยวน (10 ล้านบาท) เมื่อทำงานสำเร็จ

นายสีรับงานมาแล้วก็ไปว่าจ้างมือปืนอีกคนชื่อนายโหมวในราคา 7 แสนหยวน

แล้วนายโหมวก็ไปว่าจ้างนายหยาง

ส่วนนายหยางก็ไปว่าจ้างมือปืนอีกคนนึง ชื่อนายหยางเหมือนกัน (คนละนามสกุล)

แล้วนายหยาง (2) ก็ไปว่าจ้างนายหลิง ในราคา 1 แสนหยวน

นายหลิงคิดว่าเงิน 1 แสนหยวนไม่คุ้ม จึงติดต่อนายเหว่ยให้ไปเจอกันที่ร้านกาแฟ แล้วเล่าให้นายเหว่ยฟังว่าเขากำลังจะถูกเก็บ เรามาทำแผนซ้อนแผนกันดีกว่า ซึ่งนายเหว่ยก็เอาด้วย

นายหลิงเลยจัดฉากถ่ายรูปที่นายเหว่ยถูกมัด แล้วส่งรูปไปบอกนายหยางว่าจัดการนายเหว่ยเรียบร้อย ส่วนนายเหว่ยก็ไปแจ้งความ

คดีความนี้ใช้เวลาถึงสามปี เพราะศาลชั้นต้นไม่ได้เอาผิดเพราะขาดหลักฐาน แต่ศาลอุทธรณ์กลับคำตัดสิน และพิพากษาให้นายตันผู้ว่าจ้าง รวมถึงมือปืนทั้ง 5 คนต้องติดคุกโดยมีโทษลดหลั่นกันไป

อ่านคดีนิทานนี้จบแล้วบางคนถึงกับอุทานว่า this is very Chinese!


ขอบคุณรูปภาพจาก Nanning Intermediate People’s Court

ขอบคุณเนื้อหาจาก:

BBC Hesitant hitmen jailed over botched assassination in China

Quora: Mathew P. Vanderburg’s answer to What are the most Chinese things in history?

นิทานแซงคิว

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ระหว่างที่ยืนเข้าคิวรอจ่ายเงินอยู่หลังเส้นเหลือง ฉันเห็นคุณตาคนหนึ่งเดินตรงไปต่อคิวตรงหน้าแคชเชียร์ ดูคุณตาน่าจะไม่รู้ตัวว่าพวกเราเข้าคิวกันอยู่หลังเส้นเหลืองตรงนี้ ส่วนชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉันก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร

เมื่อถึงคราวคุณตาต้องจ่ายเงิน เขาหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ สิ่งที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังเป็นเพียงสมุดเล่มเล็กๆ คุณตาถึงรู้ตัวว่าน่าจะลืมเอากระเป๋าสตางค์มา คุณตาหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ

ชายคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉันจึงเดินไปที่แคชเชียร์และเอ่ยปากว่าจะจ่ายเงินให้คุณตาเอง (คุณตาไม่ได้ซื้ออะไรมาก แค่นมหนึ่งกล่องกับคุกกี้หนึ่งถุง) คุณตากล่าวขอบคุณชายคนนั้นอย่างจริงใจและเดินออกไป

เมื่อถึงคิวที่เขาต้องจ่ายเงินบ้าง แคชเชียร์จึงถามว่า

“คนคนนั้นเขาแซงคิวคุณนะ ทำไมคุณถึงยังจ่ายค่าของให้เขาอีก?”

ชายคนนั้นจึงตอบด้วยรอยยิ้ม

“ผมแค่คิดว่า ถ้าวันหนึ่งคนที่ลืมกระเป๋าสตางค์เป็นคุณพ่อของผม คงจะดีถ้ามีใครช่วยออกค่านมกับคุกกี้ให้พ่อครับ”


ขอบคุณเนื้อหาจาก The Humanity Project

นิทานบรรณารักษ์

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เมื่อสามเดือนที่แล้ว ฉันกับสามีย้ายมาอยู่เมืองเล็กๆ ในรัฐแมสซาชูเซตส์

ฉันบ่นให้เพื่อนบ้านคนใหม่ของฉันฟังว่า ห้องสมุดของที่นี่บริการค่อนข้างแย่

สัปดาห์ต่อมา ฉันกลับไปห้องสมุดอีกครั้ง บรรณารักษ์เก็บหนังสือ 2 เล่มเอาไว้ให้ฉัน และยังเก็บหนังสือชีวประวัติที่เพิ่งตีพิมพ์ไว้ให้สามีฉันด้วย แถมเธอดูจะดีใจที่ฉันกลับมาใช้บริการ

เมื่อกลับถึงบ้าน ฉันเลยเล่าความเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือให้เพื่อนบ้านคนเดิมฟัง

“คุณไปบอกบรรณารักษ์เหรอว่าฉันบ่นเรื่องบริการที่ห้องสมุด?”

“เปล่าเลย” เธอสารภาพ “หวังว่าคุณจะไม่โกรธนะ จริงๆ แล้วฉันบอกกับบรรณารักษ์ว่าคุณกับสามีชื่นชมเธอเป็นอย่างมากที่สร้างห้องสมุดที่ยอดเยี่ยมในเมืองเล็กๆ แบบนี้ และคุณก็ชมด้วยว่าเธอมีรสนิยมในการเลือกหนังสือเข้าห้องสมุด”


ขอบคุณนิทานจาก James Clear’s Newsletter: 3-2-1: Key questions in life, small improvements, and generalists and specialists