นิทานแสงสว่างของโคมไฟ

20180807_lantern

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชายคนหนึ่งผู้ซึ่งล้มเหลวในทุกๆ ด้านของชีวิต เดินทางมาหาพระเซนอาวุโสเพื่อขอคำชี้แนะ

พระเซนถามว่า

“โคมไฟดวงหนึ่งจะให้แสงสว่างที่สุดในเวลาใด”

“โคมไฟดวงเดียวกัน จะสว่างตอนไหนก็เหมือนกันมิใช่หรือขอรับ?” ชายผู้นั้นตอบ

พระเซนนำเขามายังห้องที่มืดมิดห้องหนึ่ง จากนั้นจุดโคมไฟให้สว่างขึ้น แสงสว่างจากโคมส่องให้ทั่วทั้งห้องสว่างขึ้นมาทันที

จากนั้น พระเซนถือโคมไฟเดินออกจากห้องมายังด้านนอกใต้แสงอาทิตย์ที่แผดจ้า

“โคมไฟดวงเดียวกัน อยู่ใต้แสงแดดเราเหมือนจะไม่รู้สึกเลยว่ามันมีแสงสว่าง”

พระเซนพูดต่อว่า “แต่ว่ายิ่งมืดเท่าไร แสงของโคมไฟยิ่งสามารถส่องแสงสว่างจ้าให้แก่ผู้คน ยิ่งมืดเท่าไรแสงสว่างของมันยิ่งมีคุณค่า

แสงที่ว่านี้คืออะไรเล่า มันคือแสงแห่งอุดมการณ์ แสงแห่งความศรัทธา แสงแห่
งความรักและความหวังต่อการดำรงชีวิต เพราะฉะนั้น ยามที่อยู่ในสภาพที่มืดมน จงอย่าดับโคมไฟเป็นอันขาด”

—–

http://phern-kanlayanatam.com/2018/05/04/%E0%B9%91%E0%B9%96%E0%B9%99-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A1/

นิทานไก่ขันตะวันขึ้น

20180807_rooster

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

พ่อไก่ตัวหนึ่งภูมิใจในความเป็นหัวหน้าครอบครัวของตัวเองมาก มันคอยกางปีกปกป้องภรรยาและลูกๆ ทุกตัว และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเสมอมา

ทุกๆ เช้า เวลาตีห้า พ่อไก่ก็จะบินขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้และโก่งคอขันเสียงก้องไปทั้งพงไพร จนถึงประมาณหกโมงเช้า พระอาทิตย์ก็ขึ้นมาฉายแสงส่องสว่างไปทั่ว

พ่อไก่มีความสุขมากที่ได้เห็นตะวันค่อยๆ ทอแสงขึ้นมา เขาจะยืนชื่นชมแสงตะวันและบอกตัวเองว่า

“เพราะฉันขัน ตะวันจึงขึ้น นี่คือผลงานที่ยิ่งใหญ่ของฉัน”

ดังนั้นทุกๆ เช้าพ่อไก่ตัวนี้ก็จะบินขึ้นมาเกาะกิ่งไม้ และเมื่อขันเสร็จ ก็จะรอดูตะวันขึ้นที่เหนือยอดเขา พอตะวันขึ้นแล้วก็บินกลับลงมาหากินกับลูกเมียตามปกติ

อยู่มาวันหนึ่ง เนื่องจากตรากตรำภาระหนักเหลือเกิน ร่างกายเริ่มทนไม่ไหว พ่อไก่ก็เริ่มป่วย เช้าตรู่วันนั้นพ่อไก่บินขึ้้นไปเกาะกิ่งไม้เดิม ขณะจะขันเพื่อเรียกตะวันขึ้น กลับร่วงหล่นลงมา รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง ลูกชายซึ่งเป็นไก่โต้งรุ่นใหม่ไฟแรงเดินเข้ามาประคองพ่อ พร้อมกับพูดว่า

“พ่อ ผมว่าถ้าพ่อขันไม่ไหว วันนี้ผมขันแทนให้เอาไหม”

พ่อไก่ยืดอกขึ้น หันมาชี้หน้าลูกพร้อมกับตอบเสียงดังว่า “น้ำหน้าอย่างแก ถ้าขัน ตะวันมันจะขึ้นไหม หัดดูเงาหัวตัวเองซะบ้างสิ”

เช้าวันนั้น ทั้งๆ ที่ป่วยอยู่ พ่อไก่ก็ขึ้นไปเกาะบนกิ่งไม้เดิม และขันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตกลงมาดิ้นพราดๆ

ก่อนสิ้นลม พ่อไก่ได้กล่าวสั่งเสียกับภรรยาและลูกๆ ว่า

“พวกเราทั้งหลาย ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พ่อคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว และพอพ่อไม่ขัน ตะวันก็จะไม่ขึ้น โลกก็จะเข้าสู่กลียุค ถ้าไม่มีพ่อแล้วทุกคนก็จะอยู่ด้วยความยากลำบาก และมนุษยชาติก็จะถึงคราววิบัติ ดูแลกันให้ดีนะ”

—–
ขอบคุณนิทานจากเว็บเพื่อนกัลยาณธรรม

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 5 ที่)

นิทานไม้แก่

20180803_oldtree

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ต้นไม้ต้นหนึ่งกำลังยืนเฉาตายอย่างสงบ

ต้นหญ้าบนพื้นดินถามต้นไม้

“เมื่อท่านตาย ท่านก็ไร้ประโยชน์แล้วใช่หรือไม่?”

“นี่เป็นการตายของต้นไม้ แต่เป็นการเกิดของถ่าน ตอนที่ฉันเป็นต้นไม้ ฉันให้ความร่มเย็นแก่ผู้คน ตอนฉันเป็นถ่าน ฉันให้ความอบอุ่นแก่ผู้คน”

“หลังจากที่ถ่านถูกเผาจนเหลือเพียงเถ้าล่ะ จะเป็นยังไง?” ต้นหญ้าถามต้นไม้ต่อ

“ฉันก็จะคืนสู่สภาพเดิม เป็นผงธุลีดินอีกครั้ง บำรุงต้นไม้อื่นต่อไป”

—–

ขอบคุณนิทานจากเว็บเพื่อนกัลยาณธรรม

นิทานแซนวิชแฮม

20180726_sandwich

นักการฑูตต่างชาติท่านหนึ่งพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ในตอนที่กระดิ่งพักกลางวันดังขึ้นในหอประชุมใหญ่สหประชาชาติ ที่เคาน์เตอร์อาหารเขายืนอยู่ข้างหลังชายผู้หนึ่ง และได้ยินเสียงชายผู้นั้นสั่งพายแอปเปิลกับกาแฟ ดังนั้นเค้าจึงสั่งพายแอปเปิลกับกาแฟด้วย

เป็นเวลาสองสัปดาห์เต็มที่เขาสั่งแต่พายแอปเปิ้ลกับกาแฟ จนในท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจว่าจะลองสั่งอย่างอื่นดูบ้าง ดังนั้นเขาจึงพยายามฟังอย่างตั้งใจในขณะที่ชายผู้ที่ยืนอยู่ข้างหน้าสั่งแซนด์วิชแฮม

“แซนวิชแฮม” เขาสั่งอาหาร

“ขนมปังธรรมดาหรือโฮลวีต” คนขายถาม

“แซนวิชแฮม” นักการทูตพูดซ้ำ

“ขนมปังธรรมดาหรือโฮลวีต” คนขายถามอีกครั้ง

“แซนวิชแฮม” นักการทูตพูดซ้ำ

คนขายเริ่มมีอารมณ์ “ฟังให้ดี” เขาแผดเสียงออกมาพร้อมกับชูกำปั้น “ท่านต้องการขนมปังธรรมดาหรือว่าโฮลวีต”

“พายแอปเปิ้ลกับกาแฟ” นักการทูตตอบ

—–

ขอบคุณนิทานจาก เต๋า : วิถีที่ไร้เส้นทาง โดย Osho แปลโดย ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด

นิทานเรือล่ม

20180706_sinkingship

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในห้องเรียนมัธยมต้น อาจารย์กำลังเล่านิทานให้เด็กฟัง

“เรือสำราญลำหนึ่งประสบอุบัติเหตุและกำลังจะจม เมื่อสามีภรรยาคู่หนึ่งวิ่งมาถึงทางออกที่มีเรือชูชีพ ก็พบว่าเหลือที่เพียงที่เดียวเท่านั้น

สามีกระโดดขึ้นเรือชูชีพ และปล่อยให้ภรรยาอยู่บนเรือสำราญ ขณะที่เรือกำลังจะจม ผู้หญิงคนนั้นก็ตะโกนประโยคหนึ่งซ้ำๆ กับฝ่ายชาย”

อาจารย์หยุดเล่านิทานแล้วหันไปถามนักเรียน

“พวกเธอคิดว่าผู้หญิงคนนั้นพูดว่าอะไร?”

“ฉันเกลียดแก!” นักเรียนเกือบทั้งห้องตอบ

อาจารย์เห็นเด็กคนหนึ่งนั่งก้มหน้า จึงหันไปถามเด็กคนนั้น “แล้วเธอคิดว่ายังไง?”

หลังจากเงียบอยู่หนึ่งอึดใจ เด็กคนนั้นก็ตอบว่า

“อาจารย์ครับ ผมว่าผู้หญิงน่าจะพูดว่า “ดูแลลูกของเราด้วยนะ””

อาจารย์แปลกใจ “เธอเคยได้ยินเรื่องนี้แล้วเหรอ”

“เปล่าครับ แต่ก่อนที่แม่ผมจะจากไป แม่ก็พูดกับพ่อแบบนี้”

อาจารย์อึ้งอยู่ชั่วครู่ “ใช่ ผู้หญิงคนนั้นเขาพูดประโยคเดียวกันนี่แหละ”

“เมื่อรอดชีวิตจากอุบัติเหตุ ผู้ชายก็กลับมาบ้านและเลี้ยงลูกสาวด้วยตัวคนเดียวมาตลอด

เวลาผ่านไปหลายสิบปี หลังจากที่ผู้เป็นพ่อจากไป ลูกสาวเข้าไปเก็บห้องของพ่อและพบไดอารี่ที่พ่อบันทึกวันเวลาเหล่านั้นไว้

หมอวินิจฉัยว่าแม่เป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาและจะอยู่ได้อีกไม่นาน พ่อจึงตัดสินใจพาแม่ไปล่องเรือสำราญซึ่งเป็นทริปในฝันของแม่มาช้านาน เมื่อเรือประสบอุบัติเหตุ พ่อจึงต้องยอมเป็นคนใจร้าย ทิ้งแม่ไว้ตรงนั้น เพื่อจะได้กลับมาดูแลหน่อเนื้อเชื้อไขของทั้งคู่ต่อไปได้

นักเรียนคิดว่าพ่อทำผิดหรือทำถูกแล้ว?”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Aniket Kadam’s answer to What interesting thing did you read today?