ในวันที่พ่อแม่ไม่อยู่ เราไม่รู้จะไปหาเขาที่ไหน

ในวันที่พ่อแม่ไม่อยู่ เราไม่รู้จะไปหาเขาที่ไหน

เมื่อตอนต้นปี ผมและเพื่อนมีโอกาสได้กินข้าวกับพี่อ้น วรรณิภา ภักดีบุตร CEO ของโอสถสภา และ mentor ของพวกเราในโครงการ IMET MAX รุ่น 5

ประเด็นหนึ่งที่พี่อ้นพูดถึง และผมไม่เคยคิดถึงมุมนี้มาก่อน คือเรื่องพ่อแม่

พวกเราในวัยทำงาน มักจะยุ่งจนไม่ค่อยมีเวลาได้คุยกับพ่อแม่เท่าไหร่ เขาโทรมาก็มีแต่เรื่องเดิมๆ บางทีแค่โทรมาบ่น พอเราแนะนำอะไรไปเขาก็ไม่เอา จนเราก็งงว่าถ้าอย่างนั้นจะมาถามเราทำไม

พี่อ้นบอกว่า ที่เขาโทรมาเพราะเขาคิดถึง แต่ชีวิตเขาไม่ได้เจอเรื่องราวอะไรใหม่ๆ มากนัก ก็เลยชวนคุยแต่เรื่องเดิม บ่นแต่เรื่องเดิม แต่แท้จริงแล้วเขาไม่ได้ต้องการคำแนะนำหรือการแก้ปัญหา เขาก็แค่อยากคุยกับเรา หน้าที่ของเราคือรับฟังและเออออไปกับเขา

แม่พี่อ้นอายุ 90 กว่าแล้ว และพี่อ้นก็ยังไปกินข้าวกับแม่ทุกสัปดาห์ และโทรหากันตลอด

ส่วนพ่อพี่อ้นท่านจากไปแล้ว เป็นคนที่สอนพี่อ้นในหลายเรื่องที่พี่อ้นยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เช่นการไม่เอาเปรียบใคร และการไม่เป็นหนี้ เพราะมันจะทำให้เรามีทางเลือกและเป็นอิสระ

พี่อ้นบอกว่าหลายครั้งที่คิดถึงพ่อมาก แต่ไม่รู้จะไปตามหาเขาที่ไหน

ไม่รู้จะไปตามหาเขาที่ไหน…

พี่อ้นพูดด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มตามปกติ ไม่มีวี่แววของการบิ๊วอารมณ์ใดๆ แต่มันเป็นประโยคที่กระทบใจมาก

โชคดีของผมที่พ่อแม่ยังอยู่ และบ้านอยู่ใกล้กัน เลยมีโอกาสได้เจอกันเกือบทุกวัน

แต่หลายคนไม่ได้โชคดีขนาดนั้น บางคนได้เจอพ่อแม่แค่ปีละไม่กี่ครั้ง และเราก็จะคอยบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร พ่อแม่เรายังแข็งแรง และเขาน่าจะยังอยู่อีกยาว มันเป็นกลไกทางสมองอย่างหนึ่งที่ช่วยปลอบใจตัวเอง

แต่สำหรับบางคนที่พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ หรือจะยังได้เจอกันอีกมั้ย

สำหรับผมที่นับถือศาสนาพุทธ เรามีความเชื่อที่ว่าการที่เรามาเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เราต้องเคยเป็นญาติสนิทมิตรสหายกันมาก่อนจึงได้มาเป็นครอบครัวเดียวกันในชีวิตนี้ และหากยังมีอะไรติดค้างกัน ก็มีสิทธิ์จะได้เจอกันอีกในอนาคต

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ถึงเราจะได้เจอกันอีก เราก็จะจำกันไม่ได้แล้ว

ดังนั้น คำที่พี่อ้นบอกว่า ในวันที่พ่อแม่ไม่อยู่ เราไม่รู้จะไปตามหาเขาที่ไหน มันจึง “จริง” อย่างมาก

ความเป็นจริงนี้ไม่ใช่กับแค่พ่อแม่ของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นความจริงสำหรับเรากับลูก กับพี่น้อง กับคู่ชีวิต กับเพื่อนสนิทเช่นกัน

เมื่อเราตระหนักว่า ในวันที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องจากไป เราจะหากันไม่เจออีกแล้ว

ในช่วงเวลาอันแสนสั้นที่เรายังมีโอกาสได้เจอกันอยู่ เราอาจมองหน้าจอให้น้อยลง และมองหน้ากันให้นานกว่านี้ครับ