ชีวิตบางคนเหมือนอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้าที่ไม่มีปุ่มลดความเร็ว

2023 น่าจะเป็นปีแรกที่เราได้กลับมาใช้ชีวิตแบบปกติจริงๆ ในรอบเกือบสามปี

นับตั้งแต่ปี 2020 หลายคนต้องทำงานอยู่ที่บ้านเป็นหลัก และต้องประสบสภาวะ burnout เพราะไร้ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

แต่สามปีก็เป็นเวลาที่นานพอที่จะได้เรียนรู้แล้วว่าเราจะจัดสรรตารางเวลาอย่างไรไม่ให้กลับไปเบียดเบียนตัวเองแบบนั้นอีก

ตัวผมเองในปี 2021 ก็เหมือนชีวิตกำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้าที่ความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มองหาปุ่มลดความเร็วก็หาไม่เจอ! นับว่าเป็นปีที่เหนื่อยที่สุดในชีวิตการทำงาน

ปี 2022 เลยตั้งธีมประจำปีเอาไว้ว่า “Space” เพื่อจะจัดการชีวิตให้ดีขึ้น เลือกลู่วิ่งที่มีปุ่มลดความเร็ว เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มหายใจไม่ทันจะได้มีทางเลือก

ปี 2023 นี้ ตั้งใจว่าจะเปลี่ยนจากลู่วิ่งไฟฟ้ามาวิ่งในสวนแทน จะได้วิ่งแบบมนุษย์มากกว่าวิ่งแบบหุ่นยนต์ ไม่เน้นทำสถิติแต่เน้นความมีสติ แวะชมนกชมไม้ให้บ่อยขึ้น จะได้มีแรงมีกำลังใจที่จะยืนระยะได้นานพอที่จะไปถึงเส้นชัย

หากที่ผ่านมาใครรู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้า ลองหันมาวิ่งในซอยหรือในสวนดูนะครับ

ร่างกายก็เหมือนรถหรู ดูแลมันให้ดีหน่อย

บางคนดูแลรถยนต์ดียิ่งกว่าดูแลตัวเอง

รถของเราเวลาเติมน้ำมันอะไร เรายังต้องใส่ใจที่จะไม่เติมน้ำมันผิดประเภท

แต่ร่างกายของเรา เรากลับเติมอะไรลงไปมั่วซั่ว ทั้งๆ ที่รู้ว่าบางอย่างเติมแล้วรถเร่งไม่ขึ้น บางอย่างเติมแล้วเกิดเขม่า บางอย่างเติมแล้วระบบข้างในพัง

รถหรูเวลาอุปกรณ์เสื่อมเรายังเปลี่ยนอะไหล่ได้ แต่ร่างกายเสื่อมแล้วหาอะไหล่มาเปลี่ยนแทบไม่ได้เพราะมันมีชิ้นเดียวในโลก

ร่างกายก็เหมือนรถหรู จงดูแลมันให้ดี

เพราะถ้ารถพัง เจ้าของยังพอหาซื้อคันใหม่

แต่ถ้าร่างกายพัง อาจถึงขั้นต้องเปลี่ยนเจ้าของเลยนะครับ

เรามี “กล่องเวลา” วันละ 100 กล่อง

คนเรานอนวันละประมาณ 7 ชั่วโมง เวลาที่ตื่นก็คือ 17 ชั่วโมงหรือประมาณ 1000 นาที

เมื่อเราแบ่ง 1000 นาทีออกเป็นกล่องละ 10 นาที เราจะมีเวลา 100 กล่อง

แต่ละกล่องเราใช้ไปกับอะไรบ้าง นับเป็นเรื่องน่าสนใจ

ถ้านับตั้งแต่ตื่นนอนจนมาถึงตอนนี้ รู้สึกตัวว่าทำกล่องหล่นหายไปแล้วหลายสิบกล่อง ขอให้ระลึกไว้ว่าเราสามารถใช้ 2-3 กล่องถัดไปในการ “เปลี่ยนเกม” ได้เสมอ

หากใช้กล่องส่วนใหญ่ได้ถูกวิธี เราก็จะมีวันที่ดี เมื่อมีวันที่ดี เราก็จะมีสัปดาห์ที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่เดือนที่ดี ปีที่ดี ทศวรรษที่ดี และชีวิตที่ดีครับ


ขอบคุณประกายความคิดจาก Wait But Why

มีความสุขนั้นไม่ยาก มันจะยากตอนอยากสุขมากกว่าคนอื่น

อยากมีความสุขนั้นไม่ยาก – มีข้าวกิน มีน้ำดื่ม ได้นอนหลับเพียงพอ ได้เคลื่อนไหวร่างกาย มีงานที่ได้ใช้ความสามารถ มีความก้าวหน้าในบางเรื่องบางราว ได้ทำสิ่งที่ชอบ มีเรื่องที่ทำให้เรามีชีวิตชีวา ก็มากเกินพอที่เราจะมีความสุข

มันจะยากตอนอยากสุขมากกว่าคนอื่น – มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบเปรียบเทียบเป็นทุนเดิม พอมาเจอโลกโซเชียลที่มักถ่ายทอดแต่ highlights ของเพื่อนฝูงและคนดัง เราจึงมักเผลอนึกว่าเขามีความสุขมากกว่าที่เขาเป็น

“If one only wished to be happy, this could be easily accomplished; but we wish to be happier than other people, and this is always difficult, for we believe others to be happier than they are.”
-Montesquieu

ฉะนั้นแล้ว เคล็ดลับของความสุขน่าจะมีแค่สองอย่าง คือลดโอกาสที่จะเกิดการเปรียบเทียบ และหันมาใส่ใจแต่สิ่งที่เราควบคุมได้และมีคุณค่ากับเราอย่างแท้จริงครับ

ไม่มี New Year’s Resolutions มีแต่ Theme ประจำปี

เป็นเวลานานหลายปีแล้วที่ผมไม่มี New Year’s Resolutions

เหตุผลหลักคงเป็นเพราะตั้งทีไรแล้วทำไม่ค่อยได้ บางอย่างแม้จะมีความตั้งใจเต็มเปี่ยม มีหลักการในการสร้าง habit ที่ดี แต่ก็มักจะมีปัจจัยที่คุมไม่ได้เข้ามาทำให้ต้องหยุดวิ่งตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

หรือบางครั้ง เมื่อเราเจออะไรใหม่ๆ ได้มุมมองใหม่ๆ เป้าหมายที่เคยวางเอาไว้ก็ไม่ได้มีคุณค่าและความหมายมากเท่าเดิมอีกต่อไป

ดังนั้น แทนที่จะมีเป้าหมาย สิ่งที่ผมทำมาตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาคือการมีธีมประจำปี

ปี 2021: “Consistency” เพราะอยากทำอะไรให้เสมอต้นเสมอปลายกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย อ่านหนังสือ หรือการภาวนา

ปี 2022: “Space” เนื่องจากปี 2021 เป็นปีที่เหนื่อยมากสำหรับชีวิตการทำงาน ตารางเต็มพรืดจนเป็นยาจกทางเวลา ปี 2022 เลยอยากจะมี “ที่ว่าง” ให้มากขึ้น ซึ่งผมเริ่มด้วยการสร้างทีมที่แข็งแรงกว่าเดิม เพื่อจะได้มอบหมายงานให้มาก ทำเองให้น้อยลง และมีการทำ time blocking เพื่อเรียกร้องเอกราชบางส่วนบน calendar ของตัวเองกลับคืนมา

ส่วนธีมปี 2023 สำหรับผมคือ Fix What’s Broken

ที่ผ่านมาผมปล่อยให้ปัญหาบางอย่างมันรบกวนใจและกายอยู่เรื่อยๆ เป็นปัญหาเล็กน้อยที่ไม่ได้ส่งผลเลวร้าย คล้ายกับเม็ดทรายในรองเท้าที่ไม่ได้สร้างอาการบาดเจ็บแต่ก็ทำให้การเดินหรือวิ่งไม่ราบรื่นเท่าที่ควร

ปีนี้เลยตั้งใจว่าอะไรที่มันพังๆ จะไล่แก้และไม่ดูดาย ยกตัวอย่างเช่น

  • โต๊ะทำงานที่รกไปหน่อย (เล่าให้ฟังในบทความเมื่อวานนี้)
  • อาการบาดเจ็บที่หัวเข่าขวาที่เรื้อรังมาเป็นสิบปี (เกิดตอนเตะฟุตบอล) ปรึกษาหมอแล้วบอกว่าน่าจะเป็นที่เอ็นไขว้หน้ายืด รวมถึงมี popliteus และ hamstring ที่อ่อนแอ ต้องทำ strength training ควบคู่ไปกับการรักษาด้วย shock wave
  • แผนการสำหรับการเขียนบล็อกที่ชัดเจนกว่านี้ ที่ผ่านมาเป็นบล็อกเกอร์ที่ใช้ชีวิตแบบวันต่อวันมาก ระดับมานั่งที่โต๊ะแล้วยังไม่รู้เลยว่าจะเขียนเรื่องอะไร
  • เอกสารข้างโต๊ะทำงานที่กองอยู่ รอคอยให้เราสะสาง
  • ไฟในโรงจอดรถที่เสีย ประตูเลื่อนในครัวที่ฝืดๆ
  • เล็บขบที่นิ้วโป้งขวา (แก้แล้วเมื่อวานนี้ด้วยการให้ภรรยาพาไป Nail Spa)
  • กองดองที่เราควรวางแผนว่าจะเอาอย่างไรกับมัน การโละหนังสืออย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ การอ่านหนังสือให้มากขึ้นไม่ใช่คำตอบ การซื้อหนังสือเข้าบ้านน้อยลงก็ไม่ใช่คำตอบ คำตอบน่าจะอยู่ตรงกลางระหว่างสามสิ่งนี้หรืออยู่ตรงการวางใจของเราต่อปัญหา/สถานการณ์ที่คนรักหนังสือทุกคนน่าจะเจอกัน

การมีธีมประจำปีช่วยให้เราใช้ชีวิตแบบมีทิศทางคล้ายกับการมีเป้าหมาย สิ่งที่แตกต่างคือธีมนั้นมีความ flexible กว่า และเรามีแนวโน้มที่จะอยู่กับมันนานได้นานกว่า

Fix What’s Broken คือธีมประจำปี 2023 ของผม

ธีมประจำปี 2023 ของคุณจะเป็นอะไร มาแชร์กันได้นะครับ