หยดน้ำตัดหินได้

20160927_waterstone

ไม่ใช่เพราะว่ามันมีกำลังเยอะ

แต่เพราะว่ามันหยดอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

กำแพงในชีวิตต่อให้สูงใหญ่แค่ไหน ดูแล้วเกินกำลังของเราเพียงใด หากเราเผชิญหน้ากับมันทุกวันด้วยสติและปัญญา สุดท้ายเราก็ย่อมจะปีนข้ามหรือแม้กระทั่งทลายกำแพงลงมาได้

เราทุกคนมีหยดน้ำของตัวเอง

หนึ่งในหยดน้ำของผมคือการเขียนบล็อก

เขียนบล็อกวันละหนึ่งหยด

และถ้าไปดูในหน้า archives ก็จะอดชื่นใจไม่ได้ว่าหยดน้ำเริ่มกลายเป็นน้ำตกแล้ว

คนที่อ่านบล็อกผม อ่านครั้งแรกก็อาจไม่ได้เปลี่ยนอะไร แต่ถ้าได้อ่านหลายๆ ตอน ผมก็เชื่อว่าน่าจะช่วยให้เขามีมุมมองอะไรที่กว้างขวางกว่าเดิม


ในมุมกลับ การกระทำที่มีพลังงานลบซ่อนอยู่แม้เพียงเล็กน้อย ก็เป็นหยดน้ำตัดหินได้เหมือนกัน

เช่นคำพูดบางคำที่เราใช้กับคนใกล้ตัวโดยไม่ทันคิด

พูดหนึ่งครั้งไม่เป็นไร พูดสิบครั้งเขาอาจเริ่มรู้สึก และเมื่อพูดร้อยครั้งเขาอาจหมดความอดทน

เราทุกคนมีหยดน้ำของตัวเอง

แต่ละวันเราหยดน้ำแบบไหนลงไปบ้าง?

ใช้มันอย่างระมัดระวังนะครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อดีตอันหอมหวาน

20160926_past

เมื่อวานนี้ขณะขับรถกลับจากพัทยา ผมฮัมเพลง “คนดี” ของวง POP ในใจเบาๆ ก็รู้สึกว่า ผมนี่โชคดีจังที่ได้โตมาในยุค 90’s

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กระแสอัลเทอร์เนทีฟมาแรง ค่ายเพลงเล็กๆ อย่างเบเกอรี่ก็ผลิตศิลปินเจ๋งๆ มามากมายหลังจากที่แกรมมี่และอาร์เอสครองตลาดมานาน

และถ้าคุณเล่นกีตาร์ในยุคนั้นก็จะฟินมาก เพราะมีโซโล่กีตาร์ทั้งวงฝรั่งวงไทยให้แกะเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นท่อนอินโทรเพลงบุษบาของวงโมเดิร์นด๊อกหรือ Tears in Heaven ของ Eric Clapton

แล้วผมก็รู้สึกว่าเสียดายแทนคนที่โตมาในยุคนี้ที่จะไม่ได้เจอบรรรยากาศอย่างนั้นอีกแล้ว


เช้านี้ผมอ่านเจอประโยคโดนใจประโยคหนึ่ง

The reason people find it hard to be happy is that they always see the past better than it was, the present worse than it is and the future less resolved than it will be.

เหตุที่คนเราหาความสุขได้ยาก เพราะเรารู้สึกว่าอดีตดีกว่าที่มันเป็น ปัจจุบันแย่กว่าที่มันเป็น และอนาคตยุ่งยากกว่าที่มันเป็น

– Marcel Pagnol

ทำให้ผมต้องกลับมานั่งทบทวนอดีตอันหอมหวานว่ามันดีอย่างที่เราคิดรึเปล่า

เพราะขณะที่ผมกำลังใช้ชีวิตอยู่ในยุค 90’s นั้น ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามัน “ยอดเยี่ยมไปเลย”

จริงๆ แล้วตอนนั้นอาจรู้สึกเฉยๆ กับมันด้วยซ้ำ เพราะแม้จะมีเรื่องดีๆ ในโลกดนตรี ผมก็มีเรื่องให้ขัดข้องใจมากมายตามประสาวัยรุ่น

เช่นกัน ปี 2016 นี้ผมอาจจะรู้สึกว่าไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าตื่นเต้นเลย แต่จากนี้ซัก 15 ปี ถ้าผมมองย้อนกลับมา ผมอาจจะรู้สึกว่าช่วงปี 2010-2020 นี้เป็นยุคที่ดีมากๆ ก็ได้

เพราะเราจำอดีตได้ดีว่าที่มันเป็นเสมอ

และเราก็มักจะมองไม่เห็นสิ่งดีๆ ในปัจจุบัน

พอเกิดความลำเอียงทั้งสองข้อนี้ เราก็เลยมัวแต่โหยหาอดีตและขัดใจกับปัจจุบัน

ดังนั้นเราจึงควรระลึกเอาไว้เสมอว่า “ปัจจุบันอันธรรมดา” จะกลายเป็น “อดีตอันหอมหวาน” ในไม่ช้า

จะได้ไม่ดิ้นรนหรือเดือดเนื้อร้อนใจจนเกินเหตุครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

จงเป็นผู้ให้

20160923_give

จงเป็นผู้ให้ แต่อย่าให้ใครมาหลอกใช้
จงรัก แต่อย่าให้ใครมาย่ำยี
จงไว้ใจ แต่อย่าซื่อจนเกินเลย
จงฟังคนอื่น แต่อย่าสูญเสียเสียงของตัวเอง

Give. But don’t allow yourself to be used.
Love. But don’t allow your heart to be abused.
Trust. But don’t be naive.
Listen. But don’t lose your own voice.

– Unknown


เพราะคนดีที่พยายามมากเกินไปก็อาจกลายเป็นคนอ่อนแอได้

เพราะเรายังไม่ได้อยู่ในยุคพระศรีอาริย์ จึงยังมีคนที่พร้อมจะเอาเปรียบอีกเยอะ

เพราะเราเป็นคนดีในแบบของเราได้ โดยไม่ยอมให้ใครมารังแก

เพราะเราควรสำรวจตัวเองอยู่เสมอ ว่าเบื้องหลังการทำดีของเรานั้น มันเกิดจากอะไรกันแน่ ทำดีเพราะว่ามันดี หรือทำดีเพราะอยากให้คนมารักมาชอบเรา

เพราะถ้าเป็นอย่างหลัง เราก็ถูกกิเลสหลอกเข้าเต็มเปาซะแล้ว


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com