สนุกกับปัญหา

20150801_HaveFun

ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ อุปสรรคที่เกิดขึ้นไม่ว่าจากการบริหารงานการค้า หรือเรื่องส่วนตัว ถือเป็นยาอย่างหนึ่งที่กระตุ้นให้พยายามมากขึ้น ที่สำคัญเราต้องสนุกกับอุปสรรคปัญหาที่อยู่ตรงหน้า เพราะเมื่อไหร่ที่เราหยุดสนุก มันจะล้าทันที

– เฉลียว อยู่วิทยา (หนังสือ เสียงแห่งทศวรรษ โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์)

—–

เราทุกคนเคยเจอสภาวะที่ทำให้รู้สึกท้อถอยกับงานกันทั้งนั้น

เพราะแม้ว่าเราได้ทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว แต่งานก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จ หรือกว่าจะเสร็จก็คงต้องอยู่ดึกอีกหลายคืน

ถ้ารู้ตัวว่ากำลังท้อถอย สิ่งหนึ่งที่ควรทำคือหยุดพักซักนิด แล้วเดินออกมาห่างๆ อาจจะด้วยการไปหาขนมอร่อยๆ กิน หรือโทร.ไปจ๊ะจ๋ากับแฟนหรือเพื่อนเก่า

สิ่งเหล่านี้ใช้เวลาไม่นาน แต่จะช่วยให้เราตั้งหลักได้ และทำให้เรามองเห็นงานเจ้าปัญหาด้วยใจที่เป็นกลางขึ้นว่า

เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่งานจะมีปัญหา ถ้างานไม่มีปัญหาเลยเขาจะจ้างเรามาทำไม

ถ้าเรามองงานให้เหมือนการเล่นเกมอย่างหนึ่ง เกมแห่งการชิงไหวชิงพริบและเกมแห่งสติปัญญา เราจะเจอแง่มุมที่สนุกไปกับมันได้

ยิ่งต้องแก้ปัญหายากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเก่งกว่าเดิมมากขึ้นเท่านั้น

และยิ่งเราเก่งขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสูงกว่าเดิมก็ย่อมมีมากขึ้นเช่นกัน

อีกปัญหาที่คนมักจะเจอ คืองานเดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ ไม่ค่อยได้ใช้สมองเท่าไหร่ ทำให้เบื่องานชะมัด

ซึ่งก็มีทางออกอีกเช่นกัน

อาจจะด้วยการท้าทายตัวเองด้วยการทำสถิติใหม่ในการทำงานชิ้นนี้ให้เสร็จภายในเวลาเท่านั้นเท่านี้ (แต่งานต้องออกมาดีด้วยนะ)

หรือถ้าจะคิดไปอีกขั้นหนึ่ง ในเมื่องานมันซ้ำซาก ทำไมเราไม่ลองหาวิธีทำงานโดยใช้แรงให้น้อยที่สุด เช่นการใช้ Macro ใน Excel หรือใช้โปรแกรมอย่าง TinyTask เราจะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่สร้างสรรค์กว่า

เรามาทำงานเพื่อหาเงินก็จริง

แต่จุดประสงค์หลักอีกอย่างหนึ่งของการทำงาน ก็เพื่อขัดเกลาตัวเองให้เป็นคนที่เก่งขึ้น ลุ่มลึกขึ้น มีความคิดความอ่านมากยิ่งขึ้น

เมื่อทัศนคติที่เรามีต่องานสอดคล้องกับเจตจำนงของม้น ไม่ว่างานจะยากแค่ไหน เราก็จะมีแรงเดินหน้าต่อครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ เสียงแห่งทศวรรษ โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์ และ วีดีโอสอนใช้ Macro เบื้องต้นจาก CISTraining

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ Archives

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ทางลัดที่ดีที่สุด

20150729_BestShortcut

The shortcut that’s sure to work, every time:

Take the long way.

Do the hard work, consistently and with generosity and transparency.

And then you won’t waste time doing it over.

ผมจะบอกทางลัดที่จะเวิร์คทุกครั้งชัวร์ๆ

ไปทางอ้อมซะ

จงมุ่งมั่นทำงานยาก ด้วยความสม่ำเสมอ และด้วยใจที่เอื้อเฟื้อและซื่อสัตย์

แล้วคุณจะได้ไม่ต้องกลับไปทำเรื่องเดิมซ้ำอีกให้เสียเวลา

– Seth Godin

—–

ใครที่อายุเกิน 30 ปี น่าจะเกิดทันยุคเกมมาริโอรุ่งเรือง

พ่อกับแม่ซื้อเครื่องแฟมิคอมพร้อมตลับเกมมาริโอให้ผมเป็นครั้งแรกตอนผมอยู่ป.3

สมัยนั้นเครื่องแฟมิคอมเพิ่งเข้ามาใหม่ ราคาจึงแพงมาก เฉพาะค่าเครื่องก็ 5500 บาทแล้ว ส่วนตลับเกมมาริโอก็ราคา 550 บาท รวมแล้ว 6050 บาท

เงินหกพันบาทในปี 2531 นั้นถือว่าเยอะมากๆ สำหรับผม เพราะตอนเรียนป.1 ถึงป.3 ผมได้ค่าขนมแค่วันละ 3 บาทเอง

ที่พ่อกับแม่มีเงินซื้อให้ เพราะเพิ่งได้เงินก้อนจากการไปช่วยนักการเมืองหน้าใหม่ในโคราชหาเสียงจนได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.สมัยแรก

น่าจะเป็นของขวัญวัยเด็กชิ้นใหญ่สุดที่ผมเคยได้รับแล้ว (ทั้งในแง่ตัวเงินและในแง่ความรู้สึก – ถึงยังจำราคาของมาได้จนถึงทุกวันนี้)

กลับมาเรื่องมาริโอต่อ

ในเกมนี้ พระเอกที่ชื่อมาริโอคือช่างซ่อมท่อในนครเห็ด แต่เมื่อเจ้าหญิงพีชถูกราชาคุปปะจับตัวไป มาริโอจึงได้รับมอบหมายให้ไปช่วยเจ้าหญิง

ระหว่างทางมาริโอต้องเจออุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนกที่เดินไปเดินไปเดินมา เต่าบกและเต่าบินได้ ดอกไม้พิษ ดอกไม้พ่นไฟและปืนใหญ่ ไหนจะต้องระวังเหวที่ตกลงไปแล้วจะตาย (และต้องกลับมาเริ่มใหม่) แถมการเล่นให้จบแต่ละฉากก็มีเวลาจำกัดอีกด้วย ถ้าไม่ได้กระโดดรูดเสาธงหน้าปราสาทภายในเวลาที่กำหนดก็ต้องตายอีกเช่นกัน

ข้อดีก็คือคือ ในบางฉากจะมี “ท่อวาร์ป” ซ่อนอยู่ เมื่อเราลงท่อนี้ไปแล้ว เราจะสามารถไปสู่จุดหนึ่งของฉากได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเวลาได้ไม่น้อยแล้ว เรายังไม่ต้องไปเสี่ยงชีวิตกับอุปสรรคต่างๆ ตามรายทางอีกด้วย

—–

วันนี้ผมหา “ประกายไฟ” ที่จะมาเขียนบล็อก ด้วยการอ่าน a day bulletin ฉบับเก่าๆ ที่พี่เจค (พี่ที่ออฟฟิศที่ออกไปแล้ว) ทิ้งไว้ให้

เปิดไปเจอฉบับที่สัมภาษณ์ อ้อม สุนิสา โอปอลล์ ปาณิสรา เอกกี้ เอกชัย และ เผือก พงศธร พิธีกรรายการ 4 มติ

มีช่วงตอนหนึ่งที่ทั้งสี่คนพูดถึงเด็กไทยในยุคนี้ ที่เพิ่งจบออกมา แต่อยากได้เงินเดือนดีๆ ตำแหน่งดีๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ บางคนอยากรวยเร็วๆ โดยไม่ต้องออกแรงเยอะ

ประโยคหนึ่งที่คุณอ้อมให้สัมภาษณ์ก็คือ “ความสำเร็จมันอาจจะมีทางลัด แต่ไม่ได้ลัดสั้นขนาดนั้น ในขณะที่มีทางลัด มันก็ต้องไปทางยาวก่อน”

มันเลยทำให้ผมนึกถึงคำของ Seth Godin ที่ว่า The shortcut that’s sure to work, every time: Take the long way.

เป็นอะไรที่ท้าทายสามัญสำนึก แต่ก็น่าคิด

—–

ไม่ใช่เรื่องผิดที่เด็กสมัยนี้จะคิดอย่างนี้ เพราะเขาโตมากับสภาพแวดล้อมที่เน้นเรื่องทางลัดและการเห็นผลอย่างรวดเร็ว

แต่เมื่อเราเจอคนรุ่นใหม่ที่ยึดถือคุณค่าคนละชุดกับเรา เราก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ว่า มันจะเวิร์คจริงๆ เหรอ

เพราะถึงแม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปแค่ไหน วิถีชีวิตและอาชีพของเราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่หลักการบางอย่างก็ยังใช้ได้อยู่

ลองนึกถึงคนที่เราชื่นชมและถือเป็นคนต้นแบบของเรา (Idol) แล้วดูซิว่าเขามีคุณสมบัติเหล่านี้หรือไม่?

ทำงานหนัก ไม่ยอมแพ้ รักษาคำพูด รู้ลึกรู้จริง มีน้ำใจ อ่อนน้อมถ่อมตน

เหล่านี้น่าจะเป็นคุณสมบัติที่จะทำให้คนๆ หนึ่งประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเกิดในยุคใดสมัยใด

มองไปรอบตัวตอนนี้ คิดว่าเด็กรุ่นใหม่จะมีโอกาสได้ฝึกฝนตัวเองจนมีคุณสมบัติเหล่านี้มั้ย?

—–

ผมเชื่อว่าคนที่เคยเล่นเกมมาริโอ เลือกจะไปทางปกติ ทั้งๆ ที่รู้ว่าฉากนี้มีท่อวาร์ปอยู่ตรงไหน

การเล่นเกมมาริโอโดยไม่ใช่ท่อวาร์ปนั้น ย่อมหมายความเราต้องเจอภยันตรายต่างๆ

แต่เราก็จะได้สัมผัสประสบการณ์ที่มีเฉพาะในทางสายนี้ด้วย

ไม่ว่าจะเป็นเห็ดที่ทำให้ตัวโตขึ้นสองเท่า เห็ดที่ทำให้เราพ่นไฟได้ หรือดาวที่ทำให้เป็นอมตะ

แถมศัตรูบางตัวยังเปิดโอกาสให้เรา “อัพเลเวล” เพิ่มจำนวนชีวิตให้เราแบบไม่อั้น

ซึ่งประสบการณ์ดีๆ เหล่านี้ จะไม่มีวันเกิดขึ้นเลยเลยหากเรามัวแต่ใช้ท่อวาร์ป

ที่สำคัญ ถ้าเราไม่ได้ “ผ่านสนามรบ” มาอย่างช่ำชอง

เมื่อถึงฉากสุดท้ายที่ต้องเจอตัวบอสอย่างราชาคุปปะ เราจะเอาทักษะที่ไหนมาสู้กับมัน?

และถึงจะฟลุ้คชนะบอส และได้เจ้าหญิงคืนมาจริงๆ เจ้าหญิงจะรักคนที่ใช้ท่อวาร์ปมาตลอดเกมอย่างเราหรือเปล่า?

สุดท้ายแล้วชีวิตมันก็คือเกมอย่างหนึ่ง และ “เจ้าหญิงพีช” ของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป

เพราะความสนุกของเกมมาริโอไม่ใช่การได้จูบเจ้าหญิงตอนอวสานเพียงอย่างเดียว

ความสนุกจริงๆ เกิดขึ้นจากการได้ลองผิดลองถูก ได้ชนะ ได้แพ้ ได้พลาด ได้เริ่มต้นใหม่ และได้พัฒนาตัวเอง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า-ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ชัยชนะที่ได้มาด้วยการลงมือทำอย่างสุดความสามารถ น่าจะมีความหมายมากกว่าชัยชนะที่ไม่ต้องลงแรงอะไร

และสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเกมนี่แหละ ที่จะหล่อหลอมให้เราเป็นมาริโอที่คู่ควรกับเจ้าหญิงอย่างแท้จริง


ขอบคุณภาพจาก Amit Agarwal | Flickr

ขอบคุณข้อมูลจาก Seth Godin blog และ a day bulletin เล่ม 346 

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ Archives

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือ Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนที่ผม publish ตอนใหม่ครับ)

ทุกอย่างคือการผจญภัย

20150315_InconvenienceOrAdventure

การผจญภัยคือการมองความไม่สะดวกในแง่ดี
ความไม่สะดวกคือการมองการผจญภัยในแง่ร้าย
– จี เค เชสเตอร์ตัน

เราทุกคนล้วนมีอะไรให้หงุดหงิดกับเรื่องที่ไม่เป็นดั่งใจ

รถติด
ลูกงอแง
แฟนใช้อารมณ์
หัวหน้าสั่งงานแบบไร้สติ
คนขายก๋วยเตี๋ยวลวกเส้นผิด

แต่ถ้าเรามองเรื่องที่ไม่ได้ดั่งใจเหล่านี้เป็นเหมือนเกมให้เราผ่านด่าน ชีวิตก็จะไม่เครียดเกินไปนัก

รถติด ก็เป็นโอกาสอันดีที่ได้คุยกับแฟนเรื่องไปเที่ยว ส่วนถ้าตัวคนเดียว ก็อาจจะเป็นสัญญาณอันดีให้เราตื่นเช้าขึ้นหรือหาเส้นทางใหม่

ลูกงอแง ก็เป็นโอกาสให้เราฝึกปรือวิชาความเป็นพ่อเป็นแม่ ว่าเราจะหลอกล่อลูกยังไงให้ลูกฟังเรามากขึ้น

แฟนใช้อารมณ์ ก็ถือเป็นการฝึกเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อหาหนทางที่จะช่วยให้แฟนอารมณ์ดีขึ้นโดยเสียเลือดเสียเนื้อน้อยที่สุด

หัวหน้าสั่งงานแบบไร้สติ ก็เป็นโอกาสอันดีที่เราจะเป็นคน assertive ยิ่งขึ้น กล้าที่จะลอง say no กับหัวหน้า ในขณะเดียวกันก็คิดทางออกให้เค้าด้วย

คนขายก๋วยเตี๋ยวลวกเส้นผิด ก็ลองกินเส้นนั้นดู ไม่แน่หรอกเราอาจจะเปลี่ยนใจมาชอบเส้นนี้เลยก็ได้

ประเด็นก็คือ เราหงุดหงิดเพราะใจเราเรียกร้องให้โลกหมุนไปในแบบที่เราคิด ทั้งๆ ที่เราก็รู้ดีอยู่แล้วว่าโลกก็หมุนไปในแบบของมัน แต่เผอิญ “ใจ” เรายังไม่ฉลาดพอที่จะเข้าใจความจริงนี้เหมือนที่ “สมอง” ของเราเข้าใจ

เราสามารถ “บิด” “ความไม่สะดวก” ทุกชนิดให้กลายเป็นเกมที่ช่วยให้เรา “อัพเลเวล” ได้ทั้งนั้น

แน่นอน มันไม่ง่าย

แต่มันก็มีประโยชน์กว่าแอบบ่นหรือก่นด่าจริงมั้ย?