ความเคารพ

20150809_Respect

“อย่างกองถ่ายซิตคอมของเรา พอลลาต้องต่อคิวกินข้าว ทุกคนต้องถือจานไปต่อคิว ถ้ามีขนมจีนวางอยู่จับเดียว แล้วพี่ช่างไฟไปต่อคิวก่อนพอลลา อันนี้จากเหตุการณ์จริงเลยนะคะ พี่เขาจะกิน เขาต้องได้กิน พอลลามาทีหลังไม่ได้กินนะจ๊ะ สิ่งที่สอนเรามาคือความเท่าเทียม กับความรับผิดชอบ ทุกคนมีโมเดลในชีวิตเหมือนกัน คือได้รับค่าจ้าง และมาทำงาน ไม่มีใครโดนจ้างมาเป็นขี้ข้าใคร ดังนั้นช่วยเคารพทุกคนให้เท่ากันด้วย ถ้าคุณเคารพผู้กำกับยังไง คุณต้องเคารพช่างไฟอย่างนั้น เราจะเจ็บปวดกับการดูถูก ดังนั้น เราจะไม่ดูถูกใคร”

– โอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล (พิมพ์ปรุ)
a day BULLETIN ฉบ้บที่ 106 กรกฎาคม 2553

—–
ผมรู้จักคุณโอปอล์ ปาณิสรา จากหนังเรื่องเพื่อนสนิท

แต่ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอเคยทำงานเบื้องหลัง คือเป็นแคสติ้ง (คัดตัวนักแสดง) ให้บริษัทหับโห้หิ้น ซึ่งต่อมารวมตัวกับจีเอ็มเอ็มพิคเจอร์และไทเอ็นเตอร์เทนเมนต์จนกลายมาเป็น GTH

คุณโอปอล์เล่าให้ฟังใน a day BULLETIN ว่า

“มันมีนางแบบคนหนึ่งนั่งไขว่ห้าง แล้วก็ยื่นปลายเท้าชี้ไปที่พื้น แล้วบอกว่า ‘หยิบรองเท้าคู่นั้นให้หน่อย’ เราก็เดินไปหยิบ พอจะยื่นให้ก็บอกอีกว่า ‘ใส่ให้ด้วย'”

ผมล่ะอยากรู้จริงๆ ว่านางแบบคนนั้นเป็นใคร

และถ้าต้องเจอสถานการณ์แบบเดียวกับโอปอล์ ผมจะทำตัวยังไง

และถ้าแม่ของนางแบบมาเห็นกิริยาของลูกสาว คุณแม่จะอายแค่ไหน

—–

ผมรู้สึกว่าคุณธรรมพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขคือความเคารพซึ่งกันและกัน

เพราะหากเราไร้ซึ่งความเคารพซึ่งกันและกันแล้ว ปัญหาเล็ก-ใหญ่ย่อมตามมามากมาย

ปัญหาการกระทบกระทั่งกันของคนในครอบครัว มักเกิดจากการที่ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองคือผู้ถือคำตอบที่ต้องที่สุด

ปัญหาระหว่างลูกน้องกับเจ้านาย มักเกิดจากการที่เจ้านายไม่เห็นคุณค่าในตัวลูกน้องหรือปฏิบัติกับลูกน้องราวกับเป็นเพียง “ทรัพยากร” ไว้ใช้สอย ทั้งที่จริงแล้ว “ลูกน้อง” ก็คือมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ เหนื่อยเป็น พลาดเป็น น้อยใจเป็น

ปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ก็เกิดจากการขาดความเคารพในตัวเอง ทั้งของผู้ซื้อและผู้ขาย

ปัญหาเรื้อรังอย่างสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติต่อคนในพื้นที่เยี่ยงประชากรชั้นสองมาช้านาน (ไม่นับปัญหาในช่วงสิบปีให้หลังที่มีมิติด้านผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย)

ปัญหาเรื่องโลกร้อน ก็เกิดจากการที่เราใช้ทรัพยากรอย่างไร้สำนึกสาธารณะและความเคารพต่อธรรมชาติ

ผมไม่ได้กำลังจะบอกว่า การขาดความเคารพเป็นต้นเหตุเพียงอย่างเดียวของปัญหาทั้งหลายเหล่านี้

แต่ผมเชื่อว่ามันเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาและทำให้มันคาราคาซัง

ถ้าเราไม่เริ่มต้นด้วยการ “เคารพ” คู่กรณีเสียก่อน ก็อย่าหวังเลยว่าเราจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

—–

แล้วเราจะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาระดับสังคม ประเทศชาติ และระดับโลกได้อย่างไร?

เช่นเคย ผมว่าเราต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อน

เพราะเท่าที่ผมสังเกต พวกเรามีแนวโน้มที่จะคิดว่าปัญหาทั้งหลายแหล่นั้น “เกิดจากคนอื่น” แล้วก็เรียกร้องให้คนอื่น “เปลี่ยน” โดยที่ไม่ยอมมองกลับมาที่ตัวเองเอง ทั้งๆ ที่เราเองก็เป็น “ตัวปัญหา” ไม่แพ้กัน

และการเริ่มต้นแก้ไขที่ตัวเองอาจจะง่ายดายกว่าที่คิด

ผู้อ่านส่วนใหญ่ของ Anontawong’s Musings คงไม่ได้ทำงานในกองถ่ายเหมือนคุณโอปอล์ ดังนั้นคงไม่สามารถเคารพช่างไฟเหมือนที่เราเคารพผู้กำกับได้

แต่ผมเชื่อว่าชีวิตเรามี “ช่างไฟ” อยู่รอบตัว เพียงแต่อาจจะมาในเครื่องแบบอื่น เช่นชุดรปภ. ชุดบุรษไปรษณีย์ หรือชุดแม่บ้าน

ขอเพียงแค่เราเอ่ยทักทาย และขอบคุณคนเหล่านั้นบ้าง

ก็ถือว่าเราเข้าใกล้ “ทางออก” ขึ้นอีกหน่อยแล้วครับ

—–

ขอบคุณภาพจาก TLC News

ขอบคุณบทสัมภาษณ์คุณโอปอล์จาก a day bulletin ฉบับที่ 106 กรกฎาคม 2553

 

(UPDATE: 11 Aug 2017) หากคุณเป็นคนที่ชอบ “เล่นเกมยาว” และเบื่อหนังสือประเภท รวยเร็ว รวยลัด ฯลฯ อยากจะบอกว่าหนังสือ  Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ของผมวางแผงแล้วที่ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S และศูนย์หนังสือจุฬานะครับ! >> bit.ly/tgimannounce

TGIM_HardCopies

ความอับอาย

20150314_WoundOnTheBack

บาดแผลกลางหลัง คือความอับอายของนักดาบ
โรโร โนอา โซโล – One Piece

การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง One Piece เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่ผมผูกพันมากที่สุด

ช่วงประถมกับมัธยม ผมโตมากับเรื่องโดราเอมอน และ ดราก้อนบอล

ตั้งแต่มหาวิทยาลัยเป็นต้นมา ก็มีแค่ One Piece เรื่องเดียวนี่แหละที่ผมติดตามอย่างเหนียวแน่นมาโดยตลอด

One Piece เขียนโดยอาจารย์เออิจิโร่ โอดะ  (Eiichiro Oda) ลงตีพิมพ์ครั้งแรกใน Shonen Jump เมื่อเดือนสิงหาคม 2540

ผ่านมาเกือบ 18 ปีแล้ว การ์ตูนเรื่องนี้ก็ยังไม่มีทีท่าจะถึงตอนอวสานแต่อย่างใด (แต่ผมว่าเลยครึ่งทางมาแล้วล่ะ)

One Piece ว่าด้วยเรื่องเด็กหนุ่มชื่อ มังกี้ ดี ลูฟี่ย์ (Monkey D. Luffey) ที่มีเป้าหมายจะเป็น “จ้าวแห่งโจรสลัด” ด้วยการครอบครองสมบัติล้ำค่าที่ชื่อว่า One Piece

ลูฟี่จึงออกทะเลเพื่อเฟ้นหาพรรคพวกมา “ลงเรือลำเดียวกัน”

พรรคพวกคนแรกของลูฟี่คือ โรโร โนอา โซโล (Roronoa Zoro) ซึ่งเป็นนักล่าค่าหัวโจรสลัด และมีเอกลักษณ์ที่การใช้ดาบพร้อมกันถึงสามเล่ม

โซโลมีจิตวิญญาณ “ซามูไร” อย่างเต็มเปี่ยม คือเข้มงวดกับตัวเอง รักในศักดิ์ศรี ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร

ความปราถนาสูงสุดของโซโลคือการเป็นนักดาบที่เก่งที่สุดในโลก

แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อจู่ๆ “ชายตาเหยี่ยว” หรือ “จูลาคิล มิฮอว์ค” ซึ่งเป็นนักดาบที่เก่งที่สุดในโลกตัวจริงปรากฎตัว

โซโลจึงขอ “ประดาบ” กับชายตาเหยี่ยวคนนี้

ปรากฎว่า วิชาสามดาบที่โซโลภูมิใจนักหนา กลับทำอะไรมิฮอว์คที่ “ต่อให้” ด้วยการใช้ “ดาบจิ๋ว” ขนาดเท่ามีดพกไม่ได้เลย

แต่เมื่อโซโลแสดงความกล้าหาญด้วยการสู้ไม่ถอย มิฮอว์คเลยให้เกียรติด้วยการยอมใช้ “ดาบดำ” สำหรับการสู้กันในดาบสุดท้าย

โซโลทุ่มแรงเฮือกสุดท้ายด้วยท่า “ดาบสามโลก”

แต่แล้วดาบของโซโล่ก็แตกทลาย ทำอะไรมิฮอว์คไม่ได้แม้แต่น้อย

โซโลยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี หันหน้ามายืนกางแขนให้มิฮอว์ค แล้วกล่าวว่า

“บาดแผลกลางหลัง คือความอับอายของนักดาบ”

แล้วมิฮอว์คก็กล่าวว่า “ยอดเยี่ยม” ก่อนที่จะฟันโซโลด้วยดาบดำจนโซโลล้มลงไปกอง

—–

ฉากการปะทะระหว่างโซโลและชายตาเหยี่ยวนั้น เกิดขึ้นในตอนที่ 51 ซึ่งผมน่าจะได้อ่านเมื่อประมาณปลายปี 2541

ยอมรับว่าตอนนั้นผมไม่เข้าใจเลยว่า โซโลจะไปยืนกางแขนให้ชายตาเหยี่ยวฟันซ้ำทำไม

และประโยคที่ว่า “บาดแผลกลางหลัง คือความอับอายของนักดาบ” แปลว่าอะไร

ผมเพิ่งจะมาเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นเมื่อไม่นานมานี้เอง

การที่คนเราจะเกิดบาดแผลกลางหลังได้นั้นมีอยู่สองสาเหตุ

สาเหตุแรกคือการโดนลอบกัด ซึ่งย่อมไม่เกิดขึ้นระหว่างการประลองของนักรบที่มีศักดิ์ศรีอยู่แล้ว

อีกความเป็นไปได้หนึ่งที่จะมีแผลกลางหลัง ก็คือการโดนทำร้ายในระหว่างที่เรากำลังหันหลังวิ่งหนีคู่ต่อสู้

และแผลกลางหลังแบบที่สองนี่เองคือสิ่งที่โซโลหมายถึง

โซโลพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่าง และจะไม่หันหลังให้กับคู่ต่อสู้คนใด

เขายอมที่จะตายอย่างมีศักดิ์ศรี ดีกว่าขี้ขลาดแล้วรอด

ความกล้าหาญของผมคงไม่ได้หนึ่งในร้อยของโซโล แต่อย่างน้อยประโยคนี้ก็ช่วยเตือนใจผมอยู่เสมอว่า “คนจริง” เป็นยังไง

ใครไม่เคยอ่านการ์ตูน One Piece ลองดูนะครับ มันสนุกจริงๆ

แถมยังได้ข้อคิดบางอย่างที่จะอยู่ติดตัวคุณไปอีกนานแสนนานเลยล่ะ

ถ้าอยากชิมลาง ลองกูเกิ้ล การ์ตูน One Piece ดูก็ได้

หรือถ้าอยากดูแบบเป็น Animation ก็เข้า Youtube แล้วหา โซโล มิฮอว์ค ก็จะเจอเช่นกัน (แต่ภาพไม่สวยเท่าการ์ตูนภาพนิ่งนะครับ)

หากติดใจ อย่าลืมสนับสนุนสินค้าลิขสิทธิ์จากสำนักพิมพ์ Siam Inter Comics ด้วยนะครับ!  ตอนที่ 51 นี้อยู่ในเล่มที่ 6 ตามปกด้านล่างครับ