เก่งภาษาอังกฤษแถมยังได้บุญด้วย freerice.com

20151020_FreeRice

สวัสดีครับ

วันนี้มีเว็บไซต์ที่เจ๋งมากๆ มาป่าวประกาศครับ

เว็บนี้ชื่อว่า Free Rice ครับ – คลิ้กเลย! (แล้วค่อยกลับมาอ่านต่อ)

Free Rice เป็นเว็บที่สร้างมาด้วยจุดประสงค์สองข้อที่น่าชื่นชม:

1. ขจัดความหิวโหยให้หมดไปจากโลกใบนี้
2. ช่วยให้คนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น

กฎกติกาก็ง่ายๆ ครับ แค่คุณทายคำศัพท์ถูกหนึ่งคำ ทาง Free Rice ก็จะบริจาคข้าว 10 เม็ดผ่านโครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ (UN World Food Programme)

วิธีการหาเงินของ freerice ก็เรียบง่ายมากๆ คือทุกๆ คำถามใหม่ จะมีแบนเนอร์ของสปอนเซอร์ขึ้นมาโชว์ และรายได้จากสปอนเซอร์นี่แหละครับที่ใช้ซื้อข้าวให้กับ World Food Programme  (ถ้าใครมี ad blocker อยู่ก็ต้อง disable นะครับ ไม่อย่างนั้นถึงเล่นไปเว็บไซต์ก็จะไม่ได้เงินจากสปอนเซอร์)

นี่คือการยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว

  • ประชาชนอย่างเราๆ เก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น (โดยไม่ต้องจ่ายตังค์)
  • โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ มีข้าวเพื่อนำไปแจกจ่ายเพื่อนร่วมโลกที่หิวโหย (ตอนนี้เขากำลังโฟกัสที่ชาวซีเรียที่อพยพเข้ายุโรปครับ)
  • สปอนเซอร์ได้โฆษณาสินค้าและบริการของตัวเอง (และอาจะได้เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่มาสนับสนุนโครงการนี้ด้วย)

คนที่สร้างเว็บนี้ชื่อ John Breen  ครับ เขาทำ freerice.com ขึ้นมาเมื่อปี 2007 และพอปี 2009 ก็ตัดสินใจบริจาคเว็บนี้ให้กับ UN ครับ – หล่อมากอ่ะ

—–

สัปดาห์ที่แล้วผมเชิญชวนคนในบริษัทมาเล่นเกมนี้ด้วยกัน

เมื่อเช้านี้พอเช็คยอดก็พบว่าพนักงานช่วยกันหาข้าวมาได้กว่าเราได้ข้าวสารกว่า 500,000 เม็ดแล้ว

โดยคนที่ทำคะแนนได้สูงสุดหาข้าวมาได้กว่าหนึ่งแสนเม็ด (แสดงว่าต้องตอบคำถามถึง 10,000 ข้อได้ถูกต้อง!)

ผมเองได้เล่นไปไม่เยอะ เพิ่งได้ 1,210 เม็ดเอง (ดู My Totals ในรูปด้านบนได้) แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ข้าวซัก 50,000 เม็ดครับ

ความสนุกอีกอย่างของเกมนี้คือคำศัพท์มันจะยากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ มี 60 Level ผมเล่นถึง Level 17 ก็เริ่มตอบผิดๆ ถูกๆ บ้างแล้ว แต่ถ้าคำไหนเราตอบผิด ซักพักมันจะกลับมาถามเราอีกครั้งเพื่อให้เราจำศัพท์ใหม่นั้นได้

—–

เราสามารถสร้าง Group กันเองได้ด้วยนะครับ ผมลองค้นหากรุ๊ป Thailand ก็เจออยู่หลายกรุ๊ปอยู่ แต่ดูเงียบไปซักพักแล้ว ก็เลยสร้างกรุ๊ปใหม่ขึ้นมาซะเลย

ชื่อกรุ๊ปว่า Stronger Thailand 2015 ครับ

ตอนนี้มีสมาชิก 1 คนถ้วน!

ถ้าสนใจจะมาร่วมสนุก (และทำบุญร่วมกัน) ก็ขอเชิญสมัครเป็น user แล้วก็คลิ้กไปที่กรุ๊ป Stronger Thailand 2015 แล้วก็คลิ้ก Join นะครับ จากนั้นยอดเม็ดข้าวที่เราระดมมาได้ทั้งหมดก็จะมาโชว์อยู่ในกรุ๊ปนี้ด้วยครับ

(แุล้วเวลา login เข้ามาใหม่ หน้าแรกที่จะเห็นคือหน้า profile ของเรา มองไปข้างล่างจะมี group ที่เราเป็นสมาชิกอยู่  จากนั้นก็เลือกปุ่ม Play ครับ)

อ้อ แล้วถ้าลองเล่นแล้วเห็นว่าดี ก็อย่าลืมชวนพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าน้าอามาเล่นด้วยกันนะครับ

รวมถึงชวนอาจารย์ นักเรียน และนักศึกษามาเล่นด้วย ให้สมศักดิ์ศรีผู้ส่งออกข้าวเบอร์หนึ่งของโลกซะหน่อย!

—–
ข้อมูลดิบจาก WFP

  • ทั่วโลกมีคนที่มีปัญหา “กินไม่อิ่มท้อง” ถึง 795 ล้านคน หรือ 12 เท่าของจำนวนประชากรประเทศไทย 
  • ความหิวโหยและโรคขาดสารอาหารเป็นภัยด้านสุขภาพที่ร้ายแรงที่สุด ยิ่งกว่าโรคเอดส์  มาเลเรีย และวัณโรค รวมกันเสียอีก
  • ข่าวดีคือปัญหาความหิวโหยนั้นเราสามารถขจัดได้ เพราะจริงๆ แล้วเรามีอาหารมากเพียงพอสำหรับทุกคนบนโลกใบนี้ เพียงแต่ต้องออกแรงกันหน่อย (และคุณก็มีส่วนช่วยได้)

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Freerice.com, World Food Programme 

ขอบคุณภาพจาก Freerice.com

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก See First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

อย่าเป็น Dead Sea

20150724_DeadSea

สมัยทำงานอยู่ทีมซัพพอร์ต หนึ่งในกิจกรรมที่ผมชอบที่สุดคือการผลัดกันแชร์ความรู้กันทุกสองสัปดาห์ โดยคนในทีมหมุนเวียนกันเป็นผู้ถ่ายทอด

โดยหัวข้อนั้นจะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ ขอเพียงแต่เป็นเรื่องที่เราสนใจ และคิดว่าคนอื่นๆ จะได้ประโยชน์

วันนั้นผมจำไม่ได้แล้วว่าหัวข้อหลักที่เราคุยกันคือเรื่องอะไร จำได้แค่ว่าเพื่อนในทีมชื่อกวีเล่าเรื่องเด๊ดซี (Dead Sea) ให้ฟัง

พวกเราหลายคนน่าจะรู้จักทะเล Dead Sea ว่าเป็นทะเลสาบที่เค็มมาก (เค็มกว่าทะเลทั่วไปสิบเท่า ไม่อยากนึกภาพตอนสำลักน้ำหรือน้ำเข้าตาเลย) เลยทำให้ความหนาแน่นของน้ำสูงเป็นพิเศษ เวลาเล่นน้ำในเด๊ดซีจึงไม่จำเป็นต้องว่าย แต่ลอยเอาเลย

และเพราะมีเกลืออยู่สูงมากนี่เอง ทะเลสาบแห่งนี้จึงแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ได้ และนี่คือที่มาของชื่อว่า Dead Sea ทะเลแห่งความตายนั่นเอง

กลับมาที่เรื่องของกวีต่อ

กวีพูดถึงเรื่องที่พ่อของกวีเคยเล่าให้ฟังว่า ใกล้ๆ เด๊ดซี ยังมีทะเลสาบอีกแห่งหนึ่งซึ่งรับน้ำมาจากแหล่งเดียวกัน แต่น้ำกลับไม่เค็ม และสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้

เมื่อกี้ผมลองไปเปิดดู Google Map ก็เจอทะเลสาบใกล้ๆ เด๊ดซีจริงๆ ชื่อว่า Sea of Galilee ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในอิสราเอล

ทั้ง Dead Sea และ Sea of Galilee ต่างรับน้ำมาจากแม่น้ำจอร์แดนทั้งคู่

เหตุใด Dead Sea และ Sea of Galilee จึงแตกต่างกันถึงเพียงนี้?

พ่อกวีบอกว่าเพราะ Sea of Galilee นั้นปล่อยน้ำกลับสู่แม่น้ำจอร์แดนตอนใต้

ขณะที่เด๊ดซีเป็นระบบปิด น้ำไม่ไหลไปไหนเลย*

—–

คำว่า “เงิน” ภาษาอังกฤษคือคำว่า Money

แต่ยังมีอีกคำหนึ่งคือคำว่า Currency ซึ่งแปลได้ทั้ง “เงินตรา” และ “การหมุนเวียน”

คำว่ากระแสน้ำ ภาษาอังกฤษก็ใช้คำว่า Current

ดังนั้น เงิน กับ การหมุนเวียนคือของคู่กัน

—-

แต่ก่อน เวลาว่างๆ แฟนผมมักจะร้องเพลงขึ้นมาประโยคนึงซึ่งผมไม่เคยได้ยินมาก่อน (ร้องแล้วมีท่าประกอบอีกตังหาก)

เงินกำลังจะหมุนไป กำลังจะหมุนไป ให้ชุมชน

สมมติเรามีธนบัตร 100 บาทอยู่หนึ่งใบ ถ้าเราเก็บไว้ในกระปุก มันก็จะอยู่เฉยๆ ของมัน เราอาจจะมีความสุขอยู่คนเดียวที่มีเงินเก็บ

แต่ถ้าเราเอาแบงค์ 100 บาทนี้ไปซื้อไก่ย่าง พ่อค้าไก่ย่างจะมีความสุขเพิ่มขึ้นอีกคน

พ่อค้าไก่ย่างเอาเงิน 100 บาทนี้ไปซื้อขนมฝากลูกฝากเมียที่บ้าน คุณป้าคนขายขนมและลูกเมียก็มีความสุข

คุณป้าเอาเงิน 100 บาทที่ได้มา ไปทำบุญที่วัด ก็จะมีคนได้ประโยชน์อีกหลายทอด

เงินจะมีประโยชน์ก็เพราะว่ามันหมุนไป ไม่ใช่เพราะมันถูกเก็บไว้อยู่ในกระปุก

—–

ผมไม่ได้จะบอกว่ามีเงินแล้วต้องใช้ตลอดนะครับ เพียงแต่ว่าเราควรจะเปิดโอกาสให้มันได้หมุนเวียน เพราะนั่นคือเจตจำนงของมัน

เราจึงควรเอาเงินไปฝากธนาคาร เพื่อเปิดโอกาสให้มันได้ไปสร้างประโยชน์กับคนอื่นๆ

แต่การเอาเงินฝากธนาคารก็ไม่ใช่ประเด็นหลักของผมในวันนี้ครับ (เขียนมาตั้งนาน ยังไม่เข้าประเด็นอีกเหรอเนี่ย!?)

ประเด็นของผมก็คือ เราควรจะ “ให้” บ้าง

เมื่อเงินเข้ามา เราก็ควรจะผ่องถ่ายออกไป เหมือน Sea of Galilee ที่รับน้ำมาและปล่อยกลับออกไป

—–

ส่วนตัวผมจะใช้วิธีง่ายๆ ที่จะเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ให้ทานอยู่เสมอๆ

คือเมื่อผมเจอวณิพกเล่นดนตรีเปิดหมวก ผมจะบริจาคเศษเหรียญทั้งหมดที่มีในกระเป๋าสตางค์ของผม**

และผมก็ทำแบบเดียวกันเวลาเห็นกล่องรับบริจาคตามเคาท์เตอร์ในร้าน Boots หรือ Watsons

ถือว่าเป็นวิน-วิน เพราะกระเป๋าสตางค์ของผมจะเบาลงและเข้ารูปมากขึ้น ส่วนเขาก็ได้เงินไปทำประโยชน์

—–

จริงๆ คนไทยเราใจบุญอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีอีกไม่น้อยที่แทบไม่เคยบริจาคเงินเพื่อการกุศลเลย

อาจจะเพราะว่าคิดว่าตัวเองยังมีไม่เยอะ ก็เลยยังไม่คิดที่จะให้

ถ้าคิดอย่างนี้ อาจต้องลองนึกถึงประโยค “ยิ่งให้ ยิ่งได้”

เมื่อเราบริจาคเงิน ก็เหมือนเราได้บอกกับตัวเองและส่งสัญญาณถึงจักรวาลว่า “เรามีมากพอ” และธรรมชาติก็จะเปิดโอกาสให้เรามีอะไรดีๆ เข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อยๆ ไม่ต่างจาก Sea of Galilee ทะเลสาบน้ำจืดที่เป็นแหล่งพึ่งพิงให้แก่สัตว์ต่างๆ

แต่ถ้าเราไม่คิดจะให้บ้างเลย เราก็คงไม่ต่างอะไรกับ Dead Sea ที่รับเข้ามาอย่างเดียว แต่ไม่ปล่อยอะไรไหลออกมาแม้แต่แดงเดียว

Dead Sea มี “เกลือ”อยู่สูงมากจนทะเลเรียกพี่ฉันใด

คนที่ไม่เคยให้อะไรใครก็มี “ความเค็ม” จนทะเลเรียกพี่ฉันนั้น

—–

* ทางออกของน้ำในเด๊ดซีคือผ่านการระเหยเท่านั้น
** ผมไม่บริจาคให้กับคนที่มานั่งขอเงินเฉยๆ นะครับ เพราะอย่างน้อยเขาน่าจะทำประโยชน์อะไรซักอย่างบ้างเช่นเล่นดนตรีให้เราฟัง

ขอบคุณข้อมูลจาก Wikipedia Dead Sea, Sea of Galilee

ขอบคุณภาพจาก Wikimedia

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ Archives

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings