พิสูจน์ให้ตัวเองเห็นเป็นคนแรก

James Clear ผู้เขียนหนังสือ Atomic Habits บอกไว้ว่า วิธีการสร้างอุปนิสัยใหม่ๆ นั้นมีสองขั้นตอนด้วยกัน

  1. ตัดสินใจว่าเราอยากเป็นคนแบบไหน
  2. พิสูจน์ให้ตัวเองเห็นด้วยการทำเรื่องง่ายๆ ให้สำเร็จ

สมมติว่าเราอยากเป็นคนที่ดูแลสุขภาพมากกว่าเดิม วิธีการง่ายๆ ก็อาจจะเป็นการเข้าแอปสั่งอาหาร ค้นหาคำว่าสลัด และสั่งมากินเป็นมื้อเย็น

หรือถ้าเราอยากเป็นคนที่ใช้เวลากับมือถือให้น้อย ก็อาจจะชาร์จมือถือทิ้งไว้นอกห้องนอนตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ

ถ้าเราอยากเป็นคนที่เติบโตขึ้นทุกวัน ก็อ่านหนังสือดีๆ เป็นสิ่งแรกตอนตื่นนอนหรือสิ่งสุดท้ายตอนเข้านอน แค่วันละ 2-3 หน้าก็พอ

ไม่จำเป็นต้องเล็งผลเลิศ ไม่จำเป็นต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ แค่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางการกระทำก็พอ

เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ คือทำให้ตัวเองเชื่อก่อนว่าเราสามารถเปลี่ยนเป็นคนที่ดีกว่าเดิมได้ครับ

ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความกระตือรือร้น

สิ้นเดือนที่หนึ่งของปี 2021 แล้ว

ใครมี New Year’s Resolutions ที่กำลังหลุดลอยขอให้ยกมือขึ้น!

ทุกต้นปีเราจะมีเป้าหมายใหม่ๆ ที่แสนเร้าใจและชวนเราออกไปแตะขอบฟ้า

แต่เมื่อกลับมาเจอชีวิตจริงที่ต้องเข้าออฟฟิศ เจองานด่วนงานแทรก ไหนจะสิ่งล่อตาล่อใจอีกมากมาย ความเป็นไปได้ที่จะบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ก็ลดน้อยถอยลง

ใครที่คิดว่าปีนี้จะเหมือนกับปีก่อนๆ ที่ฮึดได้แค่ไม่กี่สัปดาห์แล้วก็เข้าอีหรอบเดิม ขอให้ท่องประโยคนี้เอาไว้:

ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความกระตือรือร้น

ตอนต้นปีเรามีความกระตือรือร้นมากมาย แต่ความกระตือรือร้นนั้นมาแล้วก็ไป พึ่งพาได้ไม่นาน

สิ่งที่พึ่งพาได้มากกว่าคือความสม่ำเสมอ

ถ้าอยากลดน้ำหนัก การเข้าฟิตเนสรวดเดียว 10 ชั่วโมงคงไม่ได้พาเราไปสู่เป้าหมาย แต่การเข้าฟิตเนสคราวละ 20 นาทีทุกวันตลอด 1 เดือน รวมเวลาออกกำลังกายก็ 10 ชั่วโมงเท่ากันแต่ผลลัพธ์ย่อมต่างกันและมีโอกาสจะยืนระยะได้นานกว่า

ความสม่ำเสมอจึงสำคัญกว่าความกระตือรือร้น

ไม่ต้องทำอะไรยิ่งใหญ่ ไม่ต้องใช้ motivation อะไรมากมาย แค่ทำเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ ที่เรารู้ว่าอยู่แก่ใจว่ากำลังพาเราไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ใจเย็นๆ อย่ารีบร้อน หัดเป็นคนที่รอได้

แล้วขอบฟ้าไหนก็ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ

เป้าหมายไม่ได้เปลี่ยนชีวิตเรา

20200503

สิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตเราได้จริงๆ คือไลฟ์สไตล์

เพราะถ้าไลฟ์สไตล์ไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย ก็ไม่มีทางไปถึงเป้าหมายได้

และถ้าถึงเป้าหมายแล้วไม่รักษาไลฟ์สไตล์เอาไว้ เราก็จะกลับเข้าสู่วงจรเก่าหรือที่เราเรียกกันว่าโยโย่

เป้าหมายที่จะลดน้ำหนัก 5 กิโล จึงไม่สำคัญเท่าการกินข้าววันละ 2 มื้อ

เป้าหมายที่จะมีเงินล้าน จึงไม่สำคัญเท่านิสัยใช้เงินให้น้อยกว่าที่หามาได้

เป้าหมายที่จะไปมาราธอน จึงไม่สำคัญเท่าการวิ่งสัปดาห์ละสามครั้ง

“Goals don’t change your life. Lifestyles do.”
-James Clear

เป้าหมายมีวันหมดอายุ แต่ไลฟ์สไตล์อยู่กับเราไปได้ทั้งชีวิตครับ