ปัญญา {ฝ่า} วิกฤติ – หนังสือที่ดีที่สุดที่ได้อ่านในปีนี้

ผมขอเริ่มต้นด้วยคำอุทิศที่อยู่ในหน้าสุดท้ายของหนังสือ

แด่

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
สามัญชนผู้ให้กำเนิดสองกษัตรา

และ

ปรีดี พนมยงค์
สามัญชนผู้ให้กำเนิดประชาธิปไตย

เมื่อเปิดไปยังหน้าแรก มีลายเซ็นของพี่ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา มีภาพประทับตรายางที่ออกแบบมาสำหรับหนังสือเล่มนี้ พร้อมกับถ้อยคำสั้นๆ 3 บรรทัดที่เขียนด้วยลายมือของพี่ภิญโญว่า

เห็นภาพใหญ่
กำหนดทิศ
ตัดสินใจ


ผมอ่านหนังสือ ปัญญา {ฝ่า} วิกฤติ จบมาได้ 1 สัปดาห์แล้ว แต่ก็เหมือนกับหนังสือซีรี่ส์ปัญญาเล่มอื่นๆ ที่การอ่านรอบแรกนั้นไม่สามารถซึมซับอะไรได้ทั้งหมด ผมจึงใช้เวลาอีกหนึ่งสัปดาห์เพื่ออ่านซ้ำ

เมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว พี่ภิญโญมา WeShare ที่ Wongnai และเป็นหนึ่งใน WeShare ที่ผมประทับใจมากที่สุด คนใกล้ตัวผมบอกว่าฟังพี่ภิญโญแล้วเหมือนดื่ม espresso ร้อนๆ เพิ่ม extra shot

การอ่านหนังสือของพี่ภิญโญก็เป็นอย่างนั้นเช่นกัน ไม่สามารถอ่านเร็วได้เพราะเนื้อหามีความเข้มข้นสูงมาก อ่านได้หนึ่งบทต้องหยุดพัก แล้วค่อยๆ ทบทวนสิ่งที่เพิ่งผ่านสายตาและสมองไป ทั้งประโยคที่จับใจ ทั้งคำทายทักที่เป็นปริศนาธรรม เหมือนจะบอกอะไรแต่ก็ปล่อยพื้นที่ว่างเอาไว้ให้ผู้อ่านไปคิดต่อเอาเอง


ในสายตาของผม “ยุคใหม่” ของสำนักพิมพ์ openbooks เริ่มต้นเมื่อปี 2016 เมื่อหนังสือ FUTURE | ปัญญาอนาคต ถูกพิมพ์ออกมาและขายไปได้หลายหมื่นเล่ม หนังสือพูดถึงการ reinvent ตัวเองเพื่อจะปรับตัวให้ทันกับบริบทที่เปลี่ยนไป

จากนั้นก็มีหนังสืออีกหลายเล่มตามมาในชุด Wisdom Series นี้

2017 PAST | ปัญญาอดีต พูดถึงความกล้าหาญของพระเจ้าตากสิน ที่รวบรวมคนเพียงหยิบมือตีฝ่ากองทัพพม่าออกมาตั้งราชธานีแห่งใหม่

2018 ONE MILLION | ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น พาเรากลับไปยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่กระสุนเพียงนัดเดียวนำไปสู่ความตายของคนนับล้าน

2019 PRESENT | ปัญญาจักรวาล พาเรากลับไปไกลยิ่งกว่า คือภูมิปัญญาโบราณอย่างภควัทคีตาและมหาภารตะ รวมถึงตำนานของพระเยซูและพระเจ้าอโศกมหาราช

ในสี่เล่มที่กล่าวมา ผมชอบ PAST มากที่สุดเพราะพูดถึงเรื่องใกล้ตัวอย่างเมืองไทยและชอบ ONE MILLION รองลงมาเพราะเชื่อมโยงเรื่องราวในประวัติศาสตร์อันหลากหลายได้อย่างลงตัว

แล้วก็มาถึงเล่มล่าสุด

2020 CRISIS WISDOM | ปัญญา {ฝ่า} วิกฤติ ซึ่งพูดถึงราชวงศ์จักรี คณะราษฎร และตัวละครสำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2

ก่อนที่หนังสือจะมาถึงมือผม ผมได้ฟังพี่ภิญโญเกริ่นถึงเนื้อหาเอาไว้ในรายการ The Secret Sauce EP.300 แนะนำให้ทุกคนเปิดใจรับฟังแล้วจะได้อ่านหนังสือได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น

ปัญญา {ฝ่า} วิกฤติ เลือกที่จะเบิกโรงด้วยฉากจบของนิยายสี่แผ่นดินของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่แม่พลอยรับทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ก่อนจะแนะนำเราให้รู้จักกับ ปรีดี พนมยงค์ ผู้เป็นหนึ่งในคณะราษฎรที่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 รวมถึงเป็นผู้ที่ถูกฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการสวรรคคตของรัชกาลที่ 8 จนต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ

หนังสือยังแนะนำให้เราได้รู้จักกับ “สมเด็จย่า” ที่เดิมเป็นสามัญชนชื่อสังวาลย์ เกิดที่นนทบุรีแต่ย้ายไปอยู่ย่านวัดอนงคาราม ฝั่งธนบุรี พ่อชูและแม่คำเสียชีวิตไปตั้งแต่อายุได้ 9 ขวบ แต่โชคชะตาก็พลิกผันให้ได้ทุนไปเรียนต่อที่อเมริกาและได้พบรักกับสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์

โชคชะตาและการตัดสินใจในของสามัญชนสองคนนี้ได้นำพาประเทศไทยฝ่าวิกฤติครั้งแล้วครั้งเล่า

พี่ภิญโญเล่าเรื่องด้วยสไตล์ที่ตัวเองถนัด ตัดฉากไปมาระหว่างประเทศไทย ยุโรป และอเมริกา ทำให้เราเห็นภาพการตัดสินใจครั้งสำคัญที่เปลี่ยนแปลงทิศทางของอนาคตไปตลอดกาล

ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่ดไวท์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตร ที่ตัดสินใจที่จะยืด D-Day ไปอีกหนึ่งวันก่อนลงมือปฏิบัติการ Operation Overlord ที่หาด Normandy ซึ่งนำไปสู่การพลิกสถานการณ์ให้ฝ่ายสัมพันธมิตรกลับมามีโอกาสเอาชนะฝ่ายอักษะได้

หรือจะเป็นตอนที่จอมพลป. พิบูลสงคราม เลือกที่จะลงนามกับญี่ปุ่นเพื่อใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อเดินทัพไปพม่าและมลายู ในขณะที่ปรีดี พนมยงค์ไม่ยอมร่วมลงนาม และร่วมก่อตั้งกลุ่มเสรีไทยขึ้น ซึ่งสุดท้ายทำให้ประเทศไทยไม่ต้องตกเป็นผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่สอง

หรือเหตุการณ์ปฏิวัติของคณะราษฎร ที่จับกุมตัวเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ไว้เป็นตัวประกันและได้ส่งสาส์นถึงสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ซึ่งประทับอยู่ที่วังไกลกังวล อัญเชิญให้เสด็จกลับกรุงเทพฯ โดยยื่นคำขาดว่า

“ถ้าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทตอบปฏิเสธก็ดี หรือไม่ตอบภายใน 1 ชั่วนาฬิกา นับแต่ได้รับหนังสือนี้ก็ดี คณะราษฎรก็จะได้ประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน โดยเลือกเจ้านายพระองค์อื่นที่เห็นสมควรขึ้นเป็นกษัตริย์”

ทางเลือกของพระองค์ท่านตอนนั้นมีอยู่สามทาง คือ หนี (Flight) โอนอ่อน (Compromise) หรือ รบ (Fight) ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองและมหันตภัยต่อเชื้อพระวงศ์

ในที่สุด ทรงตัดสินพระราชหฤทัยเลือกทางสายที่สอง คือการประณีประนอมโอนอ่อนผ่อนตาม โดยให้เหตุผลสำคัญว่า

“ฉันจะนั่งอยู่บนราชบัลลังก์
อันเปื้อนไปด้วยโลหิตไม่ได้”


ผมอ่าน ปัญญา {ฝ่า} วิกฤติ แล้วรู้สึกเหมือนกับกำลังอ่านนวนิยายที่สร้างจากเรื่องจริง ทั้งสนุก พิศวง ตื่นเต้น และได้มองเห็นความเชื่อมโยงของตัวละครและเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์

ที่สำคัญคือมันเป็นหนังสือที่มาถูกที่ถูกเวลากับสถานการณ์บ้านเมืองและสถานการณ์โลกในตอนนี้

ผมจึงขอยกให้ ปัญญา {ฝ่า} วิกฤติ เป็นหนังสือที่ดีที่สุดที่ผมได้อ่านในปี 2563 และเป็นเล่มที่ผมโปรดปรานมากที่สุดในชุด Wisdom Series ทั้ง 5 เล่มครับ

ขอทิ้งท้ายด้วยบางถ้อยคำจากหนังสือเล่มนี้

ผู้กล้านั้นตายด้วยความกล้า
ทหารนั้นตายด้วยการรบ
แต่ผู้คนธรรมดามักจบชีวิตลง
ด้วยความโฉดเขลาเบาปัญญาของผู้อื่น

ในโลกที่ขมขื่นเช่นนี้ เราจะก่นด่าผู้ใดได้
ในวิกฤติใหญ่ หัวใจแห่งกลยุทธ์
คือการรักษาตัวรอดให้นานที่สุด
เพราะมีแต่มนุษย์ผู้มีชีวิตเท่านั้น
จึงจะดำเนินแผนการต่อไปได้

มนุษย์ที่ตายแล้ว ต่อให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน
ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขสิ่งใด
รวมทั้งความตายของตนเอง

คำถามสำคัญที่สุดยามนี้ก็คือว่า
ท่านเห็นพายุใหญ่
ที่ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้าในทุกมิติหรือไม่
ท่านวางแผนจะรับมือกับพายุนี้อย่างไร

อะไรคือยุทธศาสตร์ใหญ่
อะไรคือแผนการรายวัน
อะไรเป็นเพียงแค่
ปฏิกิริยาต่อสถานการณ์
อะไรคือแผนการระยะยาว

บัดนี้ ถึงเวลาที่เราจะต้องเข้าสู่
ห้วงเวลาที่สำคัญที่สุดทางประวัติศาสตร์
ในช่วงชีวิตของเรา

เราจะยังคงมีวิธีคิด
ใช้ชีวิต ดำเนินธุรกิจ
บริหารประเทศเหมือนเดิมต่อไป

หรือเราจะเตรียมการ วางแผน
รับมือกับความจริงใหม่ ด้วยปัญญาอันผ่องใส
ดุจการมองเหตุการณ์ทั้งหลายในอดีตจากปัจจุบัน

นี่คือเส้นทางชีวิตที่เราต้องลิขิตสร้างสรรค์
ให้ตนเอง ประเทศชาติ และมนุษยชาติ
ด้วยความรู้ความสามารถรวมหมู่
จึงจะพาสังคมไปสู่ยุคสมัยใหม่ได้