จริงๆ แล้วมนุษย์ “ผมหงอก” ทุกคน

เวลาเราเห็นเพื่อนหรือตัวเองผมหงอก เรามักจะรำพึงว่า แก่แล้วสินะเรา

แต่รู้มั้ยครับว่าจริงๆ แล้วเส้นผมของเราทุกคนนั้นล้วนมีสีขาว

แต่ที่เห็นหัวดำ หัวน้ำตาล หัวทองนั้นเกิดจากการ “ย้อมสี” โดยธรรมชาติต่างหาก

“ปุ่มรากผม” (Hair follicle) ที่เส้นผมงอกขึ้นมานั้นจะมีเซลล์เม็ดสีที่เรียกว่า “เมลาโนไซต์” (melanocyte)

เมื่อผมงอกผ่านปุ่มรากผม เซลล์เมลาโนไซต์ก็จะผลิตเม็ดสีเมลานินเพื่อเคลือบเส้นผมให้เป็นสีผมที่เราเห็นกันอยู่

ถ้าผมบางเส้นโผล่ขึ้นมาแล้วเป็นสีขาว นั่นแสดงว่าปุ่มรากผมตรงนั้นขาดเซลล์เมลาโนไซต์ กระบวนการย้อมสีผมจึงไม่เกิดขึ้น

ซึ่งการทำงานที่ผิดปกติของเมลาโนไซต์เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นการขาดวิตามินบี 12 ความเครียดสะสม หรือเป็นกรรมพันธุ์

ดังนั้นหากเห็นใครกำลังวิตกกับผมขาว ให้บอกเขาว่าจริงๆ แล้วเขาอาจจะแค่ขาดวิตามินหรือแค่เครียดเกินไปเท่านั้นเองครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Britney Wu’s answer to What tiny detail have most people noticed but never bothered to stop and think about?

SciMath: ทำไม…ผมหงอก ??

อาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุดจริงหรือ?

20200819

เราได้ยินมาตลอดว่าอาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุด เพราะเราไม่ได้กินอะไรมาเป็นเวลาอย่างน้อย 10-12 ชั่วโมง ภาษาอังกฤษจึงเรียกอาหารเช้าว่า breakfast

fast แปลว่าการอดอาหาร

break แปลว่าหยุดพัก

breakfast ก็คือการ “หยุดการอดอาหาร” นั่นเอง

แต่ความเชื่อขอผมก็ถูกสั่นคลอนด้วยเหตุผล 3 ข้อ

1. Malcolm Gladwell กินมื้อเช้าน้อยมาก

Tim Ferriss เคยสัมภาษณ์ Malcolm Gladwell ผู้เขียนหนังสือโด่งดังอย่าง The Tipping Point, Outliers และ David & Goliath ว่า

“เมื่อเช้านี้คุณกินอะไร”

“ดื่มคาปูชิโน่แล้วก็ครัวซอง 1/3 ชิ้น”

“ครัวซองแค่ 1/3 ชิ้นเหรอ คุณหั่นแบ่งแล้วเก็บไว้กินสามวันหรือเพราะว่าครัวซองมันไม่อร่อย”

“เปล่าๆ ครัวซองอร่อย และผมก็ชอบครัวซองมากๆ ด้วย แต่ผมเชื่อว่าตอนเช้าคนเราควรกินให้น้อยที่สุด มันเป็นกฎข้อนึงของผม”

ผมฟังแล้วน่าสนใจ เพราะหนังสือที่แมลคอล์มเขียนนั้นมีรายละเอียดและผลงานวิจัยเยอะมาก แสดงว่าแมลคอล์มต้องไปอ่านเจออะไรมาถึงทำให้มีความคิดแบบนี้จนตั้งเป็นกฎในการใช้ชีวิตของตัวเอง

2. ในยุค Hunter-Gatherers เราไม่ได้กินกันอย่างนี้

การปฏิวัติเกษตรกรรมเกิดขึ้นเมื่อ 12,000 ปีที่แล้วนี้เอง แต่ก่อนที่คนจะเริ่มทำนาและเลี้ยงสัตว์ เผ่าพันธุ์ Homo Sapiens หาอยู่หากินด้วยการล่าสัตว์และเก็บพืชผลเป็นเวลาหลายแสนปี เมื่อตื่นเช้ามาพวกเขาน่าจะต้องออกไปล่าสัตว์แข่งกับผู้ล่าตัวอื่นๆ กว่าจะล่าเสร็จ กว่าจะกลับเข้าเผ่าก็น่าจะสายๆ หรือบ่ายๆ แล้วด้วยซ้ำ ดังนั้นร่างกายมนุษย์ไม่น่าจะถูกวิวัฒนาการมาให้กินข้าวเช้าตั้งแต่แรก

3. มันอาจเกี่ยวพันกับการตลาดและบริโภคนิยม

ย้อนกลับไปเมื่อ 200 ปีที่แล้ว ก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม คนส่วนใหญ่ทำไร่ไถนา พวกเขาไม่ได้ใส่ใจมากว่ามื้อเช้าจะกินอะไร ส่วนใหญ่มักจะกินของเหลือจากเมื่อคืนแล้วรีบออกไปทำงาน

ความเชื่อที่ว่า “อาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุด” นั้นเพิ่งเข้ามาในช่วงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่คนเริ่มไปทำงานในโรงงาน ต้องนั่งอยู่กับที่ทั้งวัน กลัวว่าถ้ามื้อเช้ากินหนักๆ แล้วอาหารจะไม่ย่อย คนเคร่งศาสนาอย่าง James Caleb Jackson และ John Harvey Kellogg จึงผลิตอาหารอย่างซีเรียล (cereal) ที่ทำจากข้าวโพดและธัญพืชอื่นๆ เข้ามา ใส่วิตามินลงไป แล้วก็โฆษณาว่ากินมื้อเช้าอย่างนี้ทำให้ได้สารอาหารครบถ้วน

จากนั้นนักการตลาดในตำนานอย่าง Edward Bernays ซึ่งรับงานให้กับบริษัทผลิตเบคอนเจ้าใหญ่ ก็ให้คุณหมอคนหนึ่งลงชื่อยืนยันว่าเบคอนกับไข่เป็นอาหารที่ให้พลังงานได้ดี เหมาะกับการกินเป็นอาหารเช้า แล้ว Baynays ก็ส่งจดหมายไปให้หมอ 5,000 คนทั่วอเมริกาเซ็นรับรอง จากนั้นก็เอาไปลงหนังสือพิมพ์เป็นข่าวใหญ่โต ทำให้คนยิ่งเชื่อไปใหญ่ว่าอาหารมื้อเช้านั้นสำคัญจริงๆ

และผมก็อ่านเจอหลายคนที่อ้างว่างานวิจัยที่บอกว่าอาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุดของวันนั้น หลายชิ้นก็เป็นงานวิจัยที่บริษัทซีเรียลหรืออาหารเช้าเหล่านี้เป็นคนให้ทุนวิจัยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งผมยังไม่เจอหลักฐานแบบคาหนังคาเขา จึงดูเหมือนเป็นทฤษฎีสมคมคิดหน่อยๆ แต่ผมว่าก็เมคเซนส์และมีความเป็นไปได้สูงทีเดียว

แน่นอนว่าถ้าเราหาข้อมูลในเน็ตก็จะเจอหลักฐานที่สนับสนุนและคัดค้านความเชื่อเรื่องมื้อเช้าเป็นอาหารสำคัญที่สุดของวัน เถียงกันได้ไม่จบไม่สิ้น

พออายุมากขึ้น ผมเริ่มสังเกตตัวเองว่าถ้าเมื่อวานผมกินมื้อเย็นค่อนข้างหนัก ตอนเช้าผมจะไม่หิวเลย และบางทีก็ข้ามมื้อเช้าไปโดยที่ไม่ได้มีผลเสียอะไรตามมา

จึงหยิบเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง เผื่อใครจะอยากเลือกกินอาหารเพราะว่าหิว มากกว่ากินเพราะมีคนบอกว่าต้องกินเท่านั้นเองครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก

The Tim Ferriss Show Transcripts: Malcolm Gladwell (#168)

The Guardian: How lobbyists made breakfast ‘the most important meal of the day’ 

Day Two: Nutrition Myths and Facts Series – Part 1: Breakfast is the most important meal of the day 

สิ่งที่คนอื่นรู้ เราไม่ต้องรู้ก็ได้

20200215

“Much of what other people know isn’t worth knowing.”
-Nassim Nicholas Taleb, Antifragile

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความอยากรู้อยากเห็นโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

เราจึงอยากรู้โน่นอยากรู้นี่ไปหมด เห็นเพื่อนเมาธ์เรื่องดาราก็ขอไปล้อมวงด้วย เห็นเพื่อนคุยกันเรื่องซีรีส์เราก็เลยต้องตามไปดู เห็นคุยกันเรื่องแฮชแท็กในทวิตเตอร์ก็อยากเข้าใจกับเขาบ้าง

เพื่อนรู้อะไรเราก็อยากรู้ด้วยนั้นน่าจะเป็นกลไกเพื่อความอยู่รอดของเรามาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ เพราะมันเป็นการสร้างความสัมพันธ์และสายใยภายในกลุ่ม (in-group bonding) ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมากในเวลาที่ชีวิตเราต้องเผชิญความเสี่ยงกับการเข้าป่าล่าสัตว์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะเราต้องมีคนช่วย “ระวังหลัง” ให้ตลอดเวลา

มายุคสมัยนี้ ความเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายของการใช้ชีวิตแต่ละวันหมดไปแล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีคนระวังหลังให้ตลอดเวลา แต่ความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านของเรานั้นก็ยังติดตัวเรามาอยู่

ยิ่งมีอินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และโซเชียลเน็ตเวิร์ค เรายิ่งสามารถรู้เรื่องชาวบ้านได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

ติดแต่เพียงว่าเวลาคนเรามีจำกัดเท่านั้นเอง

“Much of what other people know isn’t worth knowing.”

สิ่งที่คนอื่นรู้ เราไม่ต้องรู้ก็ได้

ในทางกลับกัน สิ่งที่เรารู้ คนอื่นไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้

เราจึงไม่จำเป็นต้องประกาศว่าเราไปเที่ยวที่ไหน กำลังกินอะไร ชีวิตของเราดีเพียงใด เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่น่าจะเป็นสิ่งที่คนอื่นต้องรู้

(บางคนอาจจะบอกว่าอยากเก็บไว้เป็นความทรงจำ ซึ่งเส้นแบ่งระหว่าง “การอวด” กับ “การเก็บความทรงจำ” นั้นก็น่าสนใจไม่น้อย คงต้องเก็บไว้ถกในโอกาสถัดไป)

เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกว่า สิ่งที่คนอื่นรู้เราไม่ต้องรู้ก็ได้ และสิ่งที่เรารู้คนอื่นไม่ต้องรู้ก็ได้ และตัดสินใจที่จะใช้เวลากับสองสิ่งนี้ให้น้อยลง

เราก็อาจจะได้เวลากลับคืนมาไม่น้อย และนำมันไปใช้กับเรื่องอื่นๆ ที่มีคุณค่าและความหมายได้มากกว่านี้ครับ

—–

ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่ whatisitpress.com ครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room/

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59