ถ้าจะกลัวก็กลัวให้ถูกเรื่อง

20190723_fear

อย่ากลัวงานหนัก กลัวว่าทำงานตั้งนานแล้วยังไม่เก่งขึ้น

อย่ากลัวว่าถ้าวิ่งแล้วจะวิ่งไม่ไหว กลัวว่าแก่แล้วจะเดินไม่ไหว

อย่ากลัวการปฏิเสธจากคนอื่น กลัวการที่เราปฏิเสธตัวเองตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

อย่ากลัวว่าทำอย่างนี้จะดูแย่รึเปล่า กลัวว่าทำอย่างนี้แล้วเราจะรู้สึกแย่กับตัวเองรึเปล่า

อย่ากลัวว่าจะทำความฝันไม่สำเร็จ กลัวว่าวันหนึ่งเราต้องมองย้อนกลับมาด้วยความเสียดายที่ไม่ได้ทำ

ความกลัวเป็นเรื่องดี

20190711_fearisgood

เพราะมันบอกว่าเราต้องทำอะไร

“Fear is good…Fear tells us what we have to do”
-Steven Pressfield

อะไรที่เราไม่กลัว มันมักจะไม่มีคุณค่ามากนัก เพราะมันเป็นสิ่งที่เราทำได้อยู่แล้ว เข้าข่าย low risk / low return

แต่อะไรที่เรากลัว นั่นคือสิ่งที่ลึกๆ แล้วใจเราอยาก และรู้ว่าถ้าทำได้เราจะแฮปปี้กับตัวเองมากๆ เข้าข่าย high risk / high return

แต่เพราะว่ามัน high risk เราก็เลยกลัวว่าจะล้มเหลว กลัวจะผิดหวัง เราเลยเอาแต่ผัดวันประกันพรุ่งที่จะทำสิ่งนั้นเสมอมา

กลัวลงมาราธอนแล้วจะวิ่งไม่จบ

กลัวเปิดบล็อกแล้วจะไม่มีคนอ่าน

กลัวว่าถ้ารับงานยากๆ แล้วจะทำไม่ได้

คนที่สำเร็จไม่ใช่คนที่ไม่กลัว แต่เป็นคนที่กลัวแล้วแต่ก็ยังทำมันอยู่ดี ทำไปกลัวไป

Fear is good. Fear tells us what we have to do

ความกลัวคือสัญญาณว่ามันคือสิ่งที่เราต้องการ มันคือสิ่งที่เราควรทำ

ใช้ความกลัวเป็นดาวเหนือนำทางเราได้เลยนะครับ

เต้นรำกับความกลัว

20190703_dancewithfear

เราทุกคนล้วนมีสิ่งที่ตัวเองกลัว

บางคนกลัวการพูดต่อหน้าคนเยอะๆ

บางคนกลัวงานยากๆ

บางคนกลัวการเอ่ยปากทักทายคนที่อยากคุยด้วย

ความกลัวนั้นมีประโยชน์ เป็นสัญชาติญาณที่ช่วยให้เรารอดพ้นจากอันตรายมานักต่อนัก

แต่หลายครั้งความกลัวก็ไม่มีเหตุผล เพราะสมองส่วนที่คิดกับสมองส่วนที่กลัวนั้นมันอยู่คนละส่วนกัน

ความคิดเหมือนควาญช้าง ความกลัวและอารมณ์นั้นเหมือนช้าง ควาญช้างฉลาดกว่า แต่ช้างเรี่ยวแรงมหาศาลกว่ามากมาย

เราจึงไม่ควรพยายามเอาชนะความกลัว เพราะโอกาสต่ำมาก

ส่วนการวิ่งหนีความกลัวก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะหลายครั้งสิ่งที่เรากลัวก็ไม่สมเหตุสมผล และควาญช้างในตัวเราก็รู้ดีว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่เรากลัวนั้นมันมีประโยชน์กับเราในระยะยาว

สิ่งที่ทำเหลือที่พอจะทำได้ ทำกาารเต้นรำกับความกลัว

ซึ่งคงไม่ใช่การเต้นจังหวะบัลเล่ต์ที่อ่อนช้อย แต่เป็นการเต้นรุมบ้าที่มีหลากรสหลายอารมณ์ มีฉุดกระชากลากถูก มีจับหมุนตัวตีลังกา บางจังหวะก็รักษาระยะห่างดูท่าที และบางจังหวะก็ตะลุมบอน

สิ่งสำคัญคือเราไม่ทำร้ายคู่เต้น และคู่เต้นไม่ทำร้ายเรา

แน่นอน คงจะมีสะดุดขาหรือหกล้มให้ได้แผลถลอกกันบ้าง

แต่ถ้าฝึกไปนานๆ เราก็จะได้การแสดงที่ติดตาตรึงใจครับ

อย่ากลัวที่จะตัดสินใจ

20190605_decide

เพราะหลายครั้ง การไม่ยอมตัดสินใจมักเป็นทางเลือกที่แย่ที่สุด

เมื่อเราตัดสินใจ เราก็จะได้ลงมือทำ และถ้าทำแล้วเห็นว่ามันไม่เวิร์ค เราก็แค่ตัดสินใจใหม่

เพราะการตัดสินใจ 99% นั้น reversible – ถึงตัดสินใจผิดก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เรายังมีโอกาสตัดสินใจได้อีกหลายครั้ง

ทิ้งความกลัวที่จะผิด ตัดสินใจด้วยปัญญาและข้อมูลที่เรามี เจอปัญหาอะไรก็เชื่อมั่นว่าเราจะผ่านมันไปได้

เพื่อชีวิตที่ไม่ต้องย่ำอยู่ที่เดิมครับ

ถ้าอยากออกผจญภัยในท้องทะเลอันกว้างใหญ่

20190217_thousandsunny

เราก็ไม่อาจปฏิเสธคลื่นลมและพายุฝน

ช่วงสองปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับคนที่สนใจมาสมัครงานที่ Wongnai มากมาย

หลายคนทำงานองค์กรข้ามชาติที่มีฐานะมั่นคง แต่ก็มีความน่าเบื่อแบบองค์กรใหญ่ เช่นคิดหรือตัดสินใจอะไรเองไม่ค่อยจะได้

เขาอยากมาอยู่ที่ Wongnai เพราะอยากได้งานที่ท้าทายยิ่งกว่านี้ อยากได้ทำอะไรที่มันทำให้หัวใจเต้นแรงกว่านี้

แต่ขณะเดียวกันก็อยากได้เงินเดือนดีๆ โบนัสดีๆ และสวัสดิการดีๆ เหมือนที่เคยได้รับที่องค์กรใหญ่ด้วย

ผมมักจะบอกว่า เรื่องเงินเดือนเราก็คงจัดให้เหมาะสมตามความสามารถของคุณและมากกว่าที่เก่าแน่นอน แต่โบนัสดีๆ และสวัสดิการดีๆ เราคงไม่อาจให้ได้เท่ากับองค์กรใหญ่ อย่างน้อยก็ในตอนนี้ สิ่งที่เราเชื่อว่าเราให้ได้ดีกว่าคือบรรยากาศการทำงานดีๆ และโอกาสที่คุณจะได้คิด ได้ตัดสินใจ ได้ลงมือทำอะไรด้วยตนเอง

เป็นอิสรภาพที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบ

หัวใจที่เรียกร้องการออกผจญภัย คือหัวใจที่ต้องพร้อมยอมรับความเสี่ยง

เพราะถ้ามันไม่มีความเสี่ยงเลย จะเรียกว่าการผจญภัยได้อย่างไร

แต่เราสามารถผจญภัยอย่างรอบคอบได้

เมื่อเรือเล็กคิดจะออกจากฝั่ง ก็ควรตรวจสอบเรือให้ดีๆ ว่ามีรอยผุรอยรั่วตรงไหน เสบียงพร้อมหรือไม่ มีแผนที่เดินทะเลและอ่านทิศทางของคลื่นลมเป็นรึเปล่า ลองซ้อมล่องเรือในบริเวณใกล้ๆ ดูบ้างรึยัง

วิธีคิดและวิถีใจแบบนี้ใช้ได้กับหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการออกจากองค์กรข้ามชาติมาอยู่สตาร์ทอัพ ออกจากงานราชการมาทำธุรกิจส่วนตัว หรือเปลี่ยนสายงานอาชีพไปโดยสิ้นเชิง

อยู่บนฝั่งก็ปลอดภัยดี แต่อยู่นานๆ มันก็น่าเบื่อ

เพราะหัวใจคนเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้อยู่ใน comfort zone ไปตลอดชีวิตครับ

—–

ขอบคุณภาพจาก Wikimedia: Thousand Sunny

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19

วิธีเอาชนะความกลัว

20181101_fear

เราทุกคนต่างมีความกลัวด้วยกันทั้งนั้น

กลัวจิ้งจก กลัวการพูดบนเวที กลัว CEO

แต่สิ่งต่างๆ ไม่ได้น่ากลัวในตัวมันเอง

เพราะมันก็มีคนที่ไม่กลัวจิ้งจก สนุกกับการพูดบนเวที เห็น CEO แล้วเดินเข้าหา

จิ้งจกตัวเดิม เวทีเดิม CEO ก็คนเดิม ความแตกต่างอยู่ที่ตัวเราต่างหาก

เราจะกลัวสิ่งที่เราไม่เข้าใจ หรือเข้าใจเพียงด้านเดียว

เช่นเข้าใจว่าจิ้งจกมันตัวหยุ่นๆ น่าขยะแขยง

เข้าใจว่าการพูดบนเวทีเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ถ้าพลาดเราจะกลายเป็นตัวตลก

หรือเข้าใจว่า CEO คนนี้ดุและชี้เป็นชี้ตายอนาคตของเราได้

แต่เมื่อไหร่ที่เราเข้าใจมันครบทุกด้าน ความกลัวก็จะจางหายไป

คนที่ไม่กลัวจิ้งจก จับจิ้งจกเล่นได้หน้าตาเฉย ก็เพราะว่าเขาคุ้นเคยกับมันมาแต่เด็ก

คนที่ไม่กลัวการพูดบนเวที เพราะเขาผ่านเวทีมาแล้วเป็นสิบครั้ง พูดดีก็มี พูดแย่ก็เยอะ แต่ก็ยังรอดมาได้

คนที่ไม่กลัว CEO เพราะรู้ว่า CEO มีทั้งด้านจริงจังและด้านสนุก เป็นปุถุชนเหมือนกับเราทั่วๆ ไปนี่แหละ

เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากเลิกกลัวสิ่งใด ทางที่ลัดสั้นที่สุดคือค่อยๆ เดินเข้าหามัน

อาจจะเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมอย่าง จิ้งจก เวที CEO ก็ได้

หรืออาจจะเป็นนามธรรมอย่าง ความรัก ความเงียบ หรือความตายก็ได้

ทำความรู้จัก ทำความเข้าใจ ทำความคุ้นเคย

แล้ววันหนึ่ง เราอาจไม่ต้องกลัวสิ่งเหล่านั้นอีกต่อไปครับ

ความกลัวกับความเสียดายเป็นเพื่อนซี้กัน

20171205_fearregrets

เมื่อกลัว ก็ไม่ได้ทำ เมื่อไม่ได้ทำ ก็มานั่งเสียดายภายหลัง

กลัวที่จะเข้าไปขอเบอร์สาว สุดท้ายคนอื่นเอาไปกิน

กลัวที่จะเริ่มต้น ผ่านไปอีก 1 ปี เห็นคนอื่นที่ได้เริ่มเขาไปถึงไหนแล้ว

กลัวที่จะพยายามมากกว่านี้ สุดท้ายได้ที่สองจนทำได้แค่เขกหัวตัวเอง

แต่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะกลัว เพราะตอนตกอยู่ใต้สถานการณ์ที่ต้องเลือกนั้น ความกลัวมีขนาดใหญ่กว่าความเสียดายมาก

แม้ตัวจะใหญ่กว่า แต่ความกลัวกับมี “น้ำหนัก” น้อยกว่าความเสียดาย

เพราะความกลัวเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป แต่ความเสียดายกลับจะค่อยๆ หนักขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป

อีกหนึ่งข้อแตกต่างก็คือ ความกลัวนั้นแก้ไขได้ เพราะเรากลัวสิ่งที่ยังไม่ได้เกิด

แต่ความเสียดายเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ต่อให้เสียดายแค่ไหนก็กลับไปทำอะไรกับอดีตไม่ได้อีกแล้ว

จะเดินหนีความกลัวในวันนี้ เพื่อเผชิญหน้ากับความเสียดายในภายหลัง

หรือจะเผชิญหน้ากับความกลัวในวันนี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องมีความเสียดายในภายหลัง

เลือกให้ดีนะครับ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจาก หนังสือ คิดต้องทำ คันต้องเกา (Stop Talking, Start Doing) by Shaa Wasmund & Richard Newton ก็ไปเจอภาพที่เตะตาจนต้องอ่านต่อ

Writing Workshop เสาร์ที่ 16 ธ.ค. 9:30-12:30 ยังมีที่ว่างอีก 6 ที่ครับ ใครสนใจอ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ bit.ly/anontawongwriting

ให้ความกลัวนั่งเบาะหลัง

20170926_backseat

เมื่อวานนี้ผมได้ฟังสัมภาษณ์ของ Elizabeth Gilbert ผู้เขียน Eat Pray Love และ Big Magic

เธอบอกว่ามีีผู้คนมากมายที่เข้ามาปรึกษาเธอเกี่ยวกับการทำงานสร้างสรรค์อย่างการเขียนนิยาย วาดรูป หรือแต่งกลอน แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ได้ทำ

และต่อให้แต่ละคนมีเหตุผลร้อยแปดพันเก้าอย่างไร พอขุดลงไปลึกๆ จริงๆ ก็จะเหลืออยู่เหตุผลเดียวเสมอ คือพวกเขากำลังกลัวอยู่

กลัวว่าไม่มีพรสวรรค์ กลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ กลัวว่าจะมีคนทำไปแล้ว กลัวว่าผลงานจะถูกเกลียด และที่แย่ไปกว่านั้นคือกลัวว่าจะไม่มีคนสนใจ

แล้วคนที่มาหากิลเบิร์ตก็ถามว่า ทำอย่างไรถึงจะไม่กลัว

กิลเบิร์ตบอกว่าในโลกนี้คนที่ไม่กลัวอะไรเลยมีแค่เด็กทารกกับคนป่วยทางจิตเท่านั้น

จริงๆ แล้วความกลัวเป็นสิิ่งที่จำเป็นมาก เพราะถ้าไม่มีมันเราคงไม่มีชีวิตอยู่จนถึงเดี๋ยวนี้

“ขับรถเร็วไปแล้วนะ”

“ซอยนี้มันเปลี่ยวไปหน่อย”

“ตอนนี้คลื่นเริ่มแรงแล้ว เดินเข้าฝั่งหน่อยดีกว่า”

ความกลัวจะคอยเตือนเราเสมอเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นอันตราย เราจึงควรมองความกลัวในใจเราเป็นเพื่อน

ข้อเสียของความกลัวคือมันแยกแยะไม่ค่อยออกระหว่างสถานการณ์ที่อันตรายจริงๆ กับสถานการณ์ที่ทำให้เรากังวล

ทุกครั้งที่เราทำงานสร้างสรรค์ เราจะมีความกังวล เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะออกมาดีหรือไม่ เมื่อกังวลก็เลยกลัว เมื่อกลัวก็เลยไม่กล้าลงมือทำ

กิลเบิร์ตมีวิธีคุยกับความกลัวอย่างเป็นมิตร:

“Thank you so much for how much you care about me and how much you don’t want anything bad to happen to me, and I really appreciate that. Your services are probably not needed here because I’m just writing a poem. No one’s gonna die, it’s ok.”

“ขอบคุณนะที่ใส่ใจฉันและไม่อยากให้ฉันเจออะไรไม่ดี แต่ตอนนี้เธอยังไม่จำเป็นต้องออกโรงก็ได้เพราะฉันแค่จะแต่งกลอนเท่านั้นเอง ไม่มีใครตายหรอก”

เราจึงไม่ต้องเอาชนะหรือต่อสู้กับความกลัว แต่มองมันเป็นเพื่อนที่คอยห่วงใยเรา

เปรียบเสมือนตอนเราขับรถ เราอาจให้เพื่อนที่ชื่อว่าความกลัวขึ้นรถมากับเราได้ แต่เราต้องเป็นคนขับ และให้ความกลัวนั่งเบาะหลัง

จะได้ออกเดินทางกันซักที

—–

หนังสือ “Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” เริ่มขาดตลาดแล้ว หากหาซื้อไม่ได้ สามารถสั่งออนไลน์กับผม (พร้อมลายเซ็น) ได้ที่ bit.ly/tgimorder ครับ