อันตรายของ Peer Pressure

สำหรับคนที่อายุเกิน 30 ปี น่าจะพอจำได้ว่าแต่ก่อนเวลาเรานั่งรถยนต์ เราไม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เพราะกฎหมาย “เพิ่ง” จะบังคับให้คนคาดเข็มขัดในปี 2538 และตอนนั้นก็บังคับแค่เพียงคนขับและคนที่นั่งแถวหน้าเท่านั้น กว่าจะบังคับให้คนแถวหลังคาดด้วยก็ปี 2560

ผมเองเคยไปเรียนชั้นมัธยมปลายที่นิวซีแลนด์ ซึ่งบังคับให้ทุกคนคาดเข็มขัดอย่างเคร่งครัด ดังนั้นเวลากลับมาเมืองไทยและเห็นเพื่อนๆ และคนรอบตัวนั่งรถโดยไม่คาดเข็มขัดก็เลยไม่ค่อยชินเท่าไหร่

แต่ถึงกระนั้นผมเองก็ไม่กล้าคาดเข็มขัดเช่นกันเพราะมันดูโอเว่อร์ไปหน่อย


ผมเคยได้ยินว่ามีบริษัทหนึ่งที่หัวหน้าใหญ่บ้างานมาก ทำงานค่ำมืดดึกดื่นตลอด และคาดหวังให้คนอื่นทำงานดึกเหมือนพี่เขาเหมือนกัน บริษัทนี้คนก็เลยทำงานค่ำกันหมด และเวลาทุ่มกว่าๆ พี่คนนี้ยังลุกขึ้นมามองไปรอบๆ และถ่ายรูปเก็บเอาไว้ด้วยว่าใครยังอยู่และใครกลับบ้านไปแล้ว


ช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว (2563) ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ควบคุมโรคโควิด-19 ได้ดีที่สุด ผู้ติดเชื้อในประเทศแทบไม่มี แต่คนไทยก็ยังใส่หน้ากากในที่สาธารณะโดยเฉพาะบนขนส่งมวลชนและในห้างสรรพสินค้า แต่พอเข้าออฟฟิศทุกคนก็ถอดหน้ากากกันเกือบหมด แม้กระทั่งเวลาเข้าห้องประชุมที่ต้องคุยกันเยอะๆ ก็แทบไม่มีใครใส่หน้ากาก และถึงจะเข้าช่วงต้นปีที่คนติดเชื้อเริ่มกลับมาเป็นหลักร้อย เราก็ยังไม่ใส่หน้ากากในออฟฟิศอยู่ดี


ใครที่เคยอ่านหนังสือ Sapiens จะทราบว่า “เผ่า” ที่เราอยู่ด้วยนั้นมีความสำคัญแค่ไหน เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอมาก ถ้าอยู่ตัวคนเดียวเราก็ไม่ต่างอะไรกับลิงตัวหนึ่ง เราจึงจำเป็นต้อง “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม” ต้องทำตัวให้สอดคล้องไปกับคนอื่นๆ ในเผ่า เพราะถ้าทำตัวติสท์แตกหรือเอาแต่ใจจนถูกขับออกจากเผ่า เปอร์เซ็นต์ที่จะเอาชีวิตรอดนั้นแทบเป็นศูนย์


นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไม peer pressure ถึงมีน้ำหนักกับชีวิตของเรามากมายนัก

เราจะคาดหรือไม่คาดเข็มขัด ไม่ใช่เพราะกฎหมายบังคับ แต่เราจะดูว่าคนอื่นๆ ในรถคาดเข็มขัดรึเปล่า

เราจะกลับบ้านช้าหรือเร็ว ไม่ใช่เพราะว่างานเยอะหรือน้อย แต่เราจะดูว่าถ้ากลับบ้านก่อนเราจะกลายเป็นตัวประหลาดรึเปล่า

เราจะใส่หน้ากากในออฟฟิศหรือไม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดเชื้อมากเท่ากับว่าหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานของเราใส่หน้ากากรึเปล่า

ดังนั้นแม้เราจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าอะไรควรทำ แต่เราก็ไม่ได้ทำเพราะโดน peer pressure นี้ห้ามเอาไว้

สัญชาติญาณที่วิวัฒนาการมาหลายแสนปีมันมันฝังแน่นจน overwrite ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลไปเสียหมด

ดังนั้น ให้ระวัง peer pressure ให้ดีๆ

เพราะถ้าปล่อยให้มันนำทางเราไปผิดๆ บางครั้งอาจอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะครับ