สิ่งที่คนไทยมักจะพลาดเวลาตัดสินใจทำธุรกิจ

เมื่อวานนี้ “พี่ปิ๊ก” ธรรศภาคย์ เลิศเศวตพงศ์ ผู้เขียนหนังสือ “วิชาธุรกิจที่ชีวิตจริงเป็นคนสอน” และเจ้าของเพจ Trick of the Trade ได้มาร่วมสนทนาในกิจกรรม WeShare ที่จัดขึ้นที่บริษัท LINE MAN Wongnai นับเป็น WeShare ครั้งแรกหลัง COVID-19

พี่ปิ๊กมาเล่าให้ฟังเรื่อง Designing Your Life ที่ใช้หลักการ Design Thinking มาจับ ซึ่งพี่ปิ๊กลงทุนไปเรียนเองกับต้นตำรับอย่าง Bill Burnet และ Dave Evan โดยบิลคือผู้คิดค้น Mac Powerbook และผู้อำนวยการหลักสูตรของ d.school ของ Stanford ส่วนเดฟคือผู้คิดค้น Apple mouse รุ่นแรกของโลก

ก่อนอื่นเราต้องทำความรู้จักตัวเองก่อนว่าเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ด้วยการจดบันทึกว่ากิจกรรมที่เราทำในวันนี้ แต่ละอย่างเราทำด้วยความมีส่วนร่วมแค่ไหน (engagement) เราทำไปด้วยพลังบวกหรือพลังงานลบ และกิจกรรมไหนที่สร้างสภาวะลื่นไหล หรือ flow ให้กับเราได้บ้าง

เมื่อทำได้ 21 วัน เราจะเริ่มเห็นแพทเทิร์นว่ากิจกรรมใดที่เราทำด้วยความสุข ทำด้วยพลังงานบวก และทำให้เราเกิด flow ได้อย่างสม่ำเสมอ

จากนั้นเราก็เลือกคำคำหนึ่งในกิจกรรมนั้นมาทำ mindmap แล้วให้เวลาตัวเอง 3 นาทีในการเขียนมายด์แม็ปที่แตกหน่อมาจากคำๆ นั้น โดยต้องแตกออกไปอย่างน้อย 4 คำ และแต่ละคำต้องแตกออกไปอีก 2 ชั้นเป็นอย่างน้อย

ภายในเวลาอันจำกัด เราต้องเขียนให้เยอะที่สุดโดยไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมาก เพราะถ้าคิดเยอะเกินไปมันจะไปบล็อคความคิดสร้างสรรค์ของเรา

เมื่อครบสามนาทีแล้ว ให้ดูว่า bubble ที่อยู่วงนอกสุดของ mind map มีคำว่าอะไรบ้าง แล้วเราก็เลือกสามคำที่สะดุดตาเอามาคิดต่อว่าจะสร้างธุรกิจจากสามคำนี้อย่างไร

น้องคนหนึ่งได้คำว่า ออสเตรเลีย BBQ Plaza และ MK

ธุรกิจที่อาจทำได้ก็เช่น

  • ไปเปิด BBQ Plaza ในออสเตรเลีย
  • จัดทัวร์ไปออสเตรเลียสำหรับลูกค้าระดับ top spender ของ BBQ Plaza
  • นำเข้าเนื้อวัวจากออสเตรเลียมาขายให้กับ MK

สมมติว่าน้องเลือกข้อสาม มาถึงจุดๆ นี้ หลายคนอาจจะเริ่มด้วยการเข้าเน็ตและหาข้อมูลเกี่ยวกับราคาและแหล่งซื้อเนื้อในออสเตรเลีย แต่สิ่งที่ปิ๊กบอกว่าสำคัญกว่าและควรทำก่อน คือหาคนที่ทำธุรกิจที่ใกล้เคียงกันแล้วไปนั่งคุยกับเขา

พี่ปิ๊กบอกว่าต่อให้สามคำที่เราได้มาจะสุดโต่งแค่ไหน และไอเดียของเราจะดูพิลึกพิลั่นเพียงใด แต่เราสามารถหาคนที่ทำธุรกิจที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเราได้เสมอ แค่ถามคนรอบข้างก็จะเจอคนที่สามารถแนะนำคนที่อยู่ในธุรกิจนั้นให้เราได้แน่นอน

ในกรณีของน้องที่อยากนำเข้าเนื้อจากออสเตรเลีย อาจจะลองไปคุยกับคนที่นำเข้าปลาแซลมอนก็ได้ เพราะเนื้องานใกล้เคียงกัน ปัญหาที่เจอน่าจะมีความคล้ายคลึงกันอยู่ไม่น้อย

เพราะคนไทยมักจะพลาดตรงจุดนี้ คือไม่ยอมไปคุยกับคนที่อยู่ในธุรกิจนี้มาก่อน ทำให้เรามองเห็นแต่ภาพด้านบวกหรือภาพที่เราฝันหวานเอาไว้ โดยไม่ได้คำนึงถึงมุมลบๆ ที่ติดสอยห้อยตามมาด้วย

คนไทยไม่น้อยอยากเปิดร้านกาแฟ โดยเห็นแต่ภาพที่เรายืนดริปกาแฟแบบเท่ๆ ได้สนทนากับลูกค้าไม่ซ้ำหน้า แต่ถ้าคุณไปคุยกับเจ้าของร้าน คุณก็จะรู้ว่าต้องตื่นตั้งแต่เช้าตรู่มารับน้ำแข็ง ตอนหมดวันก็ต้องคอยปิดร้าน ต้องทำความสะอาดร้านให้เรียบร้อยถึงจะกลับบ้านได้

และประเด็นสำคัญก็คือ ถ้าคุณจดบันทึก 21 วันแล้วพบว่าคุณเป็นคนเกลียดการทำความสะอาดบ้านมาก พอคุณต้องมาเจองานทำความสะอาดร้านกาแฟ กิจกรรมนี้มันจะบั่นทอนคุณจนคุณทำธุรกิจร้านกาแฟไม่สำเร็จ

ดังนั้น ไม่ว่าจะเริ่มทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ อย่าลืมไปคุยกับที่เคยทำมาก่อนแล้วเสมอ จากนั้นก็หาโอกาสลงสนามจริง โดยขอเข้าไปทำงานให้เขาฟรีๆ ก็ได้ จะได้รู้ว่าหน้างานเป็นอย่างไร เจอปัญหาอะไรบ้าง flow ที่ได้มามันคุ้มค่ากับการต้องทำงานบางอย่างที่เราไม่ชอบได้รึเปล่า

และถ้ามันไม่ใช่ เราก็จะได้เดินออกมาแล้วไปลองอย่างอื่นต่อ โดยไม่ต้องเสียเงินลงทุนแม้แต่บาทเดียว หากเราสามารถ “ทดลอง” ได้โดยไม่ใช้เงินเลยหรือใช้เงินให้น้อยที่สุด เราก็จะมีโอกาสทดลองได้เยอะขึ้นและนานขึ้น ซึ่งก็จะเพิ่มโอกาสให้เราได้เจอกับงานที่ลงตัวและชีวิตที่ใช่โดยที่เราไม่จำเป็นต้องทิ้งงานหลักเลยด้วยซ้ำ

ขอบคุณพี่ปิ๊กที่มาร่วม WeShare กับเรา บทเรียนที่พี่ปิ๊กเล่าให้ฟังน่าจะช่วยลดโอกาสในการสูญเสียหยดเลือด หยาดเหงื่อ และน้ำตาของคนที่อยากเริ่มทำธุรกิจได้ไม่น้อยครับ