หนึ่งวันผ่านไปอย่างเชื่องช้า

20191202

สิบปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อบ่ายวันเสาร์ผมเข้าไปปลุก “ใกล้รุ่ง” ลูกชายวัย 2 ขวบเพื่อเตรียมตัวไปงานแต่งงาน

จากมุมที่ผมยืนมองใกล้รุ่งนอนอยู่บนฟูกที่วางปูกับพื้น ผมแอบตกใจนิดๆ ว่าทำไมลูกตัวใหญ่จัง นี่ไม่ใช่เด็กทารกที่เป็นภาพจำของผมอีกต่อไปแล้ว มิน่าตอนอุ้มถึงได้ตัวหนักนัก

—–

วันก่อนเฟซบุ๊คโชว์รูปจากงานประกวดร้องเพลงของบริษัทเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ในรูปมีกันอยู่สี่คน ผมเป็นผู้ชายเพียงคนเดียว ผู้หญิงทั้งสามไว้ผมบ๊อบยาวประบ่า ส่วนผมใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวและกางเกงสแล็คทรงกระบอก มันคือยุคก่อนที่กางเกงขาเดฟสไตล์พี่ตูนบอดี้แสลมจะฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง

คนในรูปหน้าตาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่ชีวิตของแต่ละคนก็เดินทางมาไกลจากตอนนั้นพอสมควร

—–

ตอนที่พระเจ้าสร้างความทรงจำให้มนุษย์ เหมือนท่านจะไม่ได้มอบ sense of time หรือความตระหนักในห้วงเวลามาให้ด้วย

เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้วเลยรู้สึกว่าเพิ่งผ่านไปเพียงไม่นาน

ผมมีทฤษฎีว่า ยิ่งเราอายุมากขึ้นเท่าไหร่ เวลาจะหมุนเร็วมากขึ้นเท่านั้น แต่เรามักจะไม่รู้ตัว ต้องอาศัยเด็กที่กำลังโตหรือรูปเก่าๆ ถึงจะตระหนักถึงเวลาที่ได้จากเราไป

แม้แต่ละวันที่ประสบยังดูเชื่องช้าเหมือนเดิม แต่สิบปีที่กลายเป็นความทรงจำกลับผ่านไปราวกับพริบตาเดียว

“The days are long but the decades are short.”
-Sam Altman

อย่าดูดายกับหนึ่งวัน จะได้ไม่ต้องเสียดายกับสิบปีครับ