ยูโรมโนสาเร่ ตอนที่ 12

5 เรื่องเล่าเกี่ยวจากการร่วม Free Tour ในเมืองปราก

ตามที่ได้เกริ่นไปเมื่อตอนที่แล้วว่าผมรู้เรื่องปรากน้อยมาก จึงตัดสินใจเข้าร่วม Free Walking Tour รอบเมืองปราก

ผมว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจนะครับ คือจะมีไกด์พาคุณเดินชมเมืองปรากถึงสามชั่วโมงเต็ม แล้วตอนท้ายคุณจะให้ทิปเขาเท่าไหร่ก็เท่านั้น ซึ่งถ้ามองในมุมหนึ่งก็แสดงว่าไกด์ต้องพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้สุดฝีมือเพื่อที่จะให้ลูกทัวร์พอใจ และตบรางวัลให้ในตอนท้าย

และนี่คือห้าเรื่องราวที่ได้เรียนรู้จากไกด์ชื่อ Pavel ในวันนั้นครับ

1. เหตุที่ปราก (เคย) รุ่งเรือง

ปรากเคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรโบฮีเมีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์” (ชื่อยาวจัง แปลมาจาก Holy Roman Empire) และด้วยความที่เป็นเมืองหลวงในยุโรปตอนกลาง ที่มีพรมแดนตะวันตกติดกับราชอาณาจักรบาวาเรีย (Bavaria) หรือเยอรมันในปัจจุบัน และตอนใต้ก็ไม่ไกลจากกรุงโรมแห่งอิตาลี เมืองปราก (หรือที่ชาวเชคเรียกว่า “ปราฮา Praha”) จึงเป็นเหมือน interchange station อย่างสยามที่มีผู้คนสัญจรไปมามากมาย

ในช่วงศตวรรษที่ 14 ใครที่มาพักที่เมืองปรากจะต้องสำแดงทรัพย์สินทุกอย่างที่ตนมีและ “พัก” ของเอาไว้กับเจ้าหน้าที่รัฐถึง 3 วัน เพื่อทำการตรวจสอบและเก็บภาษีก่อนจะเดินทางออกจากปรากไปได้ และนี่คือเหตุผลที่ปรากเฟื่องฟูมากจนมีเงินสร้างอาคารใหญ่ๆ อย่างที่ผมเล่าไปในตอนที่แล้ว

2. ประเทศที่ไม่เคยอยู่ได้เกิน 20 ปี

เราคิดว่าเมืองไทยตกอยู่ในวิกฤติการเมืองมานาน แต่ถ้าเทียบกับสาธารณรัฐเช็ก นี่ของเราดูจิ๊บจ๊อยไปเลย

ลุงพาเวลเล่าให้ฟังว่าในช่วงหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ดินแดนแห่งนี้ได้พบกับ “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” ถึงสี่ห้าครั้ง

เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับเปลี่ยนแปลงการปกครอง เปลี่ยนแปลงชื่อประเทศ เลยทีเดียว

เราคนไทยคงเคยชินกับชื่อเชคโกสโลวาเกีย (Czechoslovakia) แต่ประเทศนี้จบสิ้นไปตั้งแต่ปี 1993 เมื่อเกิดการแยกออกเป็นสองประเทศคือสาธารณรัฐเชค (Czech Republic) และประเทศสโลวาเกีย (Slovakia) และสาธารณรัฐเชคก็อยู่อย่างมีสเถียรภาพมา 22 ปีแล้ว ซึ่งถือเป็น “สถิติใหม่” เพราะในรอบหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมายังไม่เคยอยู่เย็นเป็นสุขได้เกิน 20 ปีเลยสักครั้ง

ลองเข้าไปดูประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ใน  Wikipedia ก็จะเห็น “ยุค” ต่างๆ ดังนี้ครับ

The First Republic (1918–1938)
The Second Republic (1938–1939)
Second World War (นาซีเข้าปกครอง)
The Third Republic (1945–1948) and the Communist takeover (1948)
The Communist era (1948–1989)
Democratic Czechoslovakia (1989–1992)

3. Astronomical Clock นาฬิกาดาราศาสตร์

ถ้าไปปารีสต้องไปหอคอยไอเฟลและดูรูปโมนาลิซ่า คนที่มาเที่ยวเมืองปรากก็ต้องมาดูนาฬิกาดาราศาสตร์ เดินข้ามสะพาน Charles Bridge และเที่ยวชม the Jewish Quarter

นาฬิกาดาราศาสตร์โด่งดังมากเนื่องจากมันมีอายุถึง 605 ปี หน้าตาของมันคืออย่างนี้ครับ

(ภาพจาก Wikipedia)

ลองสังเกตดีๆ จะเห็นว่าด้านในจะมีรูปภาพของสัตว์ 12 ราศีอยู่ ส่วนวงกลมขาวๆ ที่อยู่รอบๆ วงกลมสีทอง จะมีชื่อของเซนต์ (Saint) จำนวนทั้งหมด 365 องค์ ซึ่งก็คือชื่อของเซนต์ประจำวันนั้นๆ โดยเขามีแม้กระทั่ง App ที่เอาไว้บอกด้วยว่า เซนต์ประจำวันนี้ชื่อว่าอะไร (ผมพยายามหาข้อมูลในเน็ตแล้วหาไม่เจอ)

ความเจ๋งอีกอย่างคือนาฬิกาดาราศาสตร์นี้คือ เวลาครบหนึ่งชั่วโมงตัวตุ๊กตาทั้งสี่ตัวนี้ก็จะเต้นระบำ และด้านบน (ซึ่งในรูปนี้มองไม่เห็น) ก็จะมีหุ่น 12 สาวกของพระเยซู (12 Apostles) วนออกมาให้ประชาชนยลโฉม

นี่ถือเป็นของ “ล้ำสมัย” อย่างที่สุดในปี 1410 เพราะไม่เคยมีใครสร้างนาฬิกาที่มีลูกเล่นอย่างนี้มาก่อน

ไกด์พาเวลเล่าให้ฟังว่า เจ้าครองเมืองปรากในสมัยนั้นชื่นชมนาฬิกานี้มากจนสั่งให้จับตัวคนสร้างนาฬิกานี้มาแล้วทำการควักลูกตาออกทั้งสองข้างและตัดลิ้นเขาซะ!

เพื่อ!!!???

เหตุผลก็คือเพื่อไม่ให้คนสร้างนาฬิกาเรือนนี้ไปสร้างนาฬิกาให้ที่อื่นได้อีกต่อไป

เรื่องราวยังไม่จบแค่นี้ แต่จะเล่าหมดก็กระไรอยู่ เหลือ “ช่องว่าง” ไว้บ้าง เพื่อให้คุณผู้อ่านไปเติมเอาเองตอนไปเยือนเมืองนี้ดีกว่านะครับ!

4. The Jewish Quarter

นี่คือเขตนึงในเมืองปรากที่คนยิวเคยอยู่มาก่อน

ชาวยิวที่เคยอยู่ในละแวกนี้ในสมัยก่อนนั้น ถูกสังคมประณามว่าเป็นคนสังหารพระเยซู จึงโดนรังเกียจและโดนบังคับให้อยู่ในพื้นที่จำกัด (ซึ่งตอนนี้เรียกว่า The Jewish Quarter) โดยบนเสื้อก็จะมีปักดาวสีเหลืองเพื่อให้คนอื่นรู้ว่านี่คือชาวยิว

นอกจากนั้นชาวยิวยังถูกกีดกันจากอาชีพเกือบทุกอย่าง  หนึ่งในอาชีพที่ชาวยิวได้รับอนุญาตให้ทำได้คือ การให้ยืมเงินและคิดดอกเบี้ยเพราะชาวคริสเตียนสมัยนั้นมองว่านี่เป็นอาชีพที่ต่ำเกินไปสำหรับ “คริสเตียนที่ดี”

การกดขี่ชาวยิวนี้ยืนระยะยาวนานถึง 500 ปี

5. อย่าแลกเงินสุ่มสี่สุ่มห้า

ก่อนจะมาที่นี่ “พี่โม” ซึ่งเป็นพี่ที่ออฟฟิศก็เตือนว่าอย่าไปแลกเงินกับคนตามถนนทีเดินมาถามว่าจะแลกตังค์รึเปล่า (พี่เขาเคยพลาดมาแล้ว วิ่งไปแลกตังค์ยูโรเป็นเงินคราวน์เพื่อจะมาซื้อของ พอกลับมาถึงร้านเจ้าของร้านก็ดุเลยว่าคราวหลังอย่าทำอย่างนี้ เพราะเรตเขาแพงมาก)

กรณีพี่โมยังถือว่าโชคดี เพราะไกด์บอกว่ามันมีพวกที่หนักกว่านั้น คือพวกที่อาศัยว่าคนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นเงินคราวน์มาก่อน แถมอ่านภาษาเชคไม่ออกอีก เวลาเอาเงินยูโรหรือดอล่าร์มาแลก แทนที่จะให้เป็นเงินคราวน์ กลับเอาเงินรูเบิลของรัสเซียหรือเงินสกุลอื่นที่หน้าตาแปลกๆ มาให้แทน  มีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งเอาเงิน 100 Euro ไปแลก ปรากฏว่าเงินที่ได้กลับมามีมูลค่าแค่ 0.5 Euro เท่านั้น!

จุดแลกเงินที่ดีคือร้านที่ชื่อว่า eXchange ซึ่งอยู่ตรง Kafka Square ครับ ผมลองไปแลกดูแล้วก็ได้เรตดีจริงๆ แถมบริการยังรวดเร็วด้วย

????

อ้อ ขอเตือนอีกอย่าง เพราะผมพลาดมาแล้ว เวลาไปถึงสนามบินปราก จะเจอโต๊ะแลกเงินของ Travelex ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเจ้าใหญ่ในยุโรป ทุกอย่างโปร่งใสน่าเชื่อถือก็จริง แต่ spread (ความต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย) ของเขาโหดมาก

นี่คือราคาของ 1 Euro ต่อเงินคราวน์ครับ

Buy 23.5984
Sell 29.2236

โชคดีที่ผมซื้อ buy back option เอาไว้ (ทำให้สามารถขายเงินคราวน์คืนได้ในราคา 23.5984 แทนที่จะเป็นราคา 29.2236) จึงเอาเงินยูโรที่เหลือไปแลกเป็นเงินคราวน์กับ eXchange ในเรต 27 กว่าๆ แล้วมาขายคืน Travelex ทำให้ไม่ขาดทุนเกินไปนัก

อ้อ ส่วนใครคิดจะทำกำไรด้วยวิธีนี้ก็อย่าหวังนะครับ เพราะ buy back option จะมีระบุไว้เลยว่าจะขายคืนได้ไม่เกินจำนวนเงินที่เราซื้อไป

——

พรุ่งนี้จะมาต่อเรื่องปรากกันอีกซักตอนนะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s