ยูโรมโนสาเร่ ตอนที่ 6

5 เรื่องที่ไม่ตรงกับภาพในหัวของคนที่ไม่เคยมาปารีส

จากสวิตเซอร์แลนด์ เรานั่งรถไฟความเร็วสูง TGV จากเมือง Lausanne ประมาณ 4 ชั่วโมงก็ถึงมหานครปารีส

นี่เป็นครั้งที่สามที่ผมมาที่ปารีส จึงไม่มีอะไรแปลกใหม่สำหรับผม

ผิดกับแฟนที่มาเป็นครั้งแรก ผมเลยขอให้เขาช่วยบอกมาว่ามีอะไรบ้างในปารีสที่ไม่ตรงกับที่เขาคิดไว้

คำตอบมีดังนี้ครับ

1. สกปรกกว่าที่คิด
“แบรนด์” ของปารีสนั้นคือความหรูหรา ร่ำรวย มีสไตล์ แต่เมื่อเราไปที่เมืองนี้จริงๆ ก็จะได้เห็นด้านอื่นที่ไม่ค่อยได้รับการถ่ายทอดผ่านสื่อที่เราเคยเสพ

ปารีสมีหลายจุดที่เสื่อมโทรมและสกปรก ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถใต้ดิน ทางเดินฟุตบาท กำแพงตึก ห้องน้ำสาธารณะ  แม้แต่ที่พักที่เราไปอยู่สองคืนแรกก็ต้องถือว่าสกปรกที่สุดเท่าที่เราเคยไปเที่ยวด้วยกัน

ผมว่าโดยรวมแล้วกรุงเทพยังดูสะอาดตากว่าด้วยซ้ำไป

2. มีคนดำมากกว่าที่คิด
ปารีสคล้ายๆ นิวยอร์คที่รวมคนจากหลายชาติหลายวัฒนธรรมมาก ที่เห็นชัดที่สุดคือมีคนผิวดำไม่น่าจะต่ำกว่า 15% เท่าที่ผมรู้ คนผิวดำเหล่านี้มาจากประเทศที่เคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสมาก่อน เช่นเซเนกัลและไอโวรี่โคสต์ (ใครดูพรีเมียร์ลีกมานานก็ให้นึกถึงแพททริก วิเอรา และดิดิเยร์ ดร็อกบาร์นะครับ) นอกจากนี้ก็มีชาวโรมาเนีย ซึ่งชอบไปทำหน้าตาน่าสงสารตามโบสถ์ต่างๆ เพื่อขอเงินนั่งท่องเที่ยว ส่วนคนจีนกับคนเวียดนามก็มาอยู่กันไม่น้อยเช่นกัน

มาเที่ยวปารีสครั้งนี้ เลยรู้ตัวเลยว่าตัวเองยังมีอคติกับคนดำอยู่เยอะมาก แค่เห็นเขาอยู่กันเยอะๆ ในรถขบวนไหนเราก็จะรู้สึกอยากเลี่ยงไปขึ้นคันอื่นแล้ว

3. รถใต้ดินก๊องแก๊งกว่าที่คิด
ไม่ว่าจะเทียบกับสวิตฯ หรือเมืองไทย รถไฟของฝรั่งเศสส่วนใหญ่ก็ดูโทรมและก๊องแก๊งกว่าจริงๆ  หลายสายเวลาที่รถจอดเทียบสถานี ประตูจะไม่เปิดให้  ต้องออกแรงหมุนมือจับเพื่อให้ประตูเปิด

สาเหตุหลักเป็นเพราะปารีสเขามีรถไฟใต้ดิน (Metro) มานานมากแล้ว ตั้งแต่ปี 1900 หรือ 115 แล้วนั่นเอง ดังนั้นรถหลายขบวนเลยใช้มาหลายสิบปีแล้ว  เผลอๆ บางคันอาจจะแก่เท่าพ่อแม่เราด้วยซ้ำ

4. ไม่แฟชั่นเท่าที่คิด
แฟนผมนึกว่ามาถึงปารีสแล้วจะมีคนถือกระเป๋าหลุยส์ หรือ แชเนล (Chanel) กันเต็มเมือง แต่ปรากฏว่าเห็นคนถือกันน้อยมาก กลายเป็นว่าคนไทยอย่างเราๆ เห่อแบรนด์หรูเหล่านี้มากกว่าที่ชาวปารีสเสียอีก

มาคราวนี้เราก็ได้เข้าร้านเสื้อผ้า-ร้านกระเป๋าอยู่บ้าง แต่แฟนก็ไม่ได้รู้สึก “ว้าว” กับสิ่งที่เห็นว่า “โอ้ นี่น่ะหรือปารีส เมืองแฟชั่น”

5. ไร้ระเบียบกว่าที่คิด
ปารีสน่าจะเป็นเมืองของ “ประเทศโลกที่หนึ่ง” ไม่กี่เมืองที่ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย คนเดินถนนในปารีสจึงต้องวัดดวงและวัดใจกับคนขับเหมือนคนเดินถนนในเมืองไทย

อีกอย่างที่น่าสนใจคือคนเดินถนนเองก็ไม่รอสัญญาณไฟเขียวสำหรับคนข้ามถนนเช่นกัน ถ้าเห็นว่ารถยังไม่มา ถึงไฟจะแดงอยู่ก็จะเดินข้ามกันเกือบทุกคน ปล่อยให้นักท่องเที่ยวอย่างพวกเรารอต่อไป – บางทีเห็นคน “เดินฝ่าไฟแดง” มากๆ เข้า เราก็เลยหลิ่วตาตามไปกับเขาเหมือนกัน

พรุ่งนี้มาต่อนะครับ

image

One thought on “ยูโรมโนสาเร่ ตอนที่ 6

  1. Pingback: ยูโรมโนสาเร่ตอนที่ 14 | Anontawong's Musings

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s